สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจาก กรุงโซล เกาหลีใต้ว่า เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ศาลอุทธรณ์กรุงโซล แผนกอาญา 11-3 ได้พิพากษายกคำอุทธรณ์ของ “แทอิล” และผู้ร่วมกระทำผิดอีก 2 ราย ในคดีข่มขืนพิเศษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมทางเพศ โดยให้คงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน พร้อมสั่งให้เข้าร่วมโปรแกรมบำบัดความรุนแรงทางเพศเป็นเวลา 40 ชั่วโมง และห้ามทำงานในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และผู้พิการเป็นเวลา 5 ปี เช่นเดียวกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แทอิลและผู้ร่วมกระทำผิดอีก 2 ราย คือ “นายอี” และ “นายฮง” ถูกตั้งข้อหาร่วมกันข่มขืนหญิงชาวต่างชาติที่อยู่ในอาการมึนเมาซึ่งไม่สามารถขัดขืนได้ และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาศาลชั้นต้นได้ตัดสินจำคุกจำเลยทั้ง 3 คนเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน พร้อมสั่งให้เข้าร่วมโปรแกรมบำบัดความรุนแรงทางเพศเป็นเวลา 40 ชั่วโมง และห้ามทำงานในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และผู้พิการเป็นเวลา 5 ปี
หลังมีคำตัดสินของศาลชั้นต้นออกมา ทั้งฝ่ายจำเลยคือ “แทอิล” และผู้ร่วมกระทำผิดอีก 2 ราย รวมถึงฝ่ายอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลด้วยเหตุผลว่าคำพิพากษาไม่ยุติธรรม ฝ่ายจำเลยอุทธรณ์ขอลดโทษ พร้อมยื่นจดหมายสำนึกผิด เพื่อประกอบการพิจารณา ในขณะที่ฝ่ายอัยการขอให้ลงโทษจำคุก 7 ปีตามการพิจารณาคดีครั้งแรก โดยฝ่ายอัยการให้เหตุผลว่า “จำเลยร่วมกันกระทำความผิดต่อเหยื่อผู้เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในสภาพมึนเมาและไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรงมาก และแม้จะมีการตกลงยอมความกับเหยื่อแล้วก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงความรุนแรงของคดีแล้ว โทษในศาลชั้นต้นถือว่าเบาเกินไป และสมควรได้รับโทษที่หนักกว่านี้”

ขณะเดียวกันทางฝ่ายทนายของแทอิลได้แย้งว่า “ได้มีการยอมความกับเหยื่อ และเหยื่อได้แสดงเจตนาไม่ประสงค์จะให้มีการลงโทษ อีกทั้งเหตุการณ์ก็ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ แต่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และมารดาของแทอิลก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ส่วนแทอิลเองก็ได้ออกจากวงและสิ้นสุดสัญญากับบริษัทแล้ว ทั้งยังทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเลี้ยงชีพและพยายามใช้ชีวิตอย่างสุจริต ขณะนี้ก็กำลังใช้ชีวิตในเรือนจำด้วยความประพฤติที่ดี”
นอกจากนี้ แทอิลยังได้ยื่นจดหมายสำนึกผิดจำนวน 7 แผ่น พร้อมกล่าวในการให้การครั้งสุดท้ายว่า “ผมยอมรับผิดทุกอย่าง และจะใช้ชีวิตเพื่อชดใช้ความผิดไปตลอดชีวิต” พร้อมขอความเมตตาจากศาล

อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ไม่รับข้อโต้แย้งของจำเลยที่ว่าจำเลยได้มอบตัวด้วยตนเองจึงเป็นเหตุปัจจัยให้ลดโทษ พร้อมตัดสินว่าคำตัดสินของศาลชั้นต้นไม่มีปัญหาใด ๆ โดยศาลระบุว่า “เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เข้าตรวจค้นที่อยู่อาศัย ซึ่งแทอิลได้ให้การว่าก่อนการตรวจ เขายังไม่ตระหนักถึงความผิดของตน ศาลชั้นต้นได้พิจารณาว่าจำเลยได้ยอมรับผิด และมีการยอมความกับเหยื่อ โดยเหยื่อแสดงความประสงค์ไม่ต้องการให้มีการลงโทษ อีกทั้งจำเลยยังไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ถือเป็นการกระทำผิดครั้งแรก ถึงกระนั้นเหยื่อคงรู้สึกตระหนกอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ก็ได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจมากเช่นกัน เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้วจึงตัดสินในรูปแบบนี้”
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำตัดสินของศาลชั้นต้นอยู่ในขอบเขตแห่งดุลพินิจที่สมเหตุสมผล จึงมีคำพิพากษายกคำอุทธรณ์ของทั้งสองฝ่าย และให้คงโทษเดิมตามศาลชั้นต้น

สำหรับแทอิลได้เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง “NCT” เมื่อปี 2016 ก่อนที่ต้นสังกัด “SM Entertainment” จะประกาศยุติสัญญาและถอดเขาออกจากวง หลังทราบเกี่ยวกับคดีของเขา เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว..



