ทักทายแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ผู้น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกท่าน วนมาเจอกันเป็นประจำทุกสัปดาห์กับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop K-Drama เหล่านักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตความเคลื่อนไหวแบบจัดเต็มพิเศษเพื่อทุกคนผ่านคอลัมน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง “SeoulStation” โดยสัปดาห์นี้นูน่าจะพามาพูดถึงเรื่องราวความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของศิลปินไทยผู้ไปเติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับโลกอย่าง “เตนล์-ชิตพล ลี้ชัยพรกุล” (TEN) ที่ได้เดินทางมาถึงหมุดหมายสำคัญในชีวิตการทำงาน กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ “TEN:CORE0110 | 10th Anniversary Concert” ที่จัดขึ้น ณ BITEC Live Bangna ระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคอนเสิร์ตดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่โชว์การแสดงธรรมดา แต่คือการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ การเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความมุ่งมั่น และการตอกย้ำภาพจำของ “ศิลปินตัวจริง” ผู้ไม่เคยหยุดพัฒนา

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการแสดง คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมของความรัก ความทรงจำ และความซาบซึ้งใจ เมื่อเตนล์ตัดสินใจเลือกกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดและสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา เป็นเวทีหลักในการแบ่งปันช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้ร่วมกับ “10vely” (ชื่อแฟนคลับทางการ) ที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก บัตรเข้าชมการแสดงถูกจำหน่ายหมด (Sold Out) อย่างรวดเร็วใน 2 รอบการแสดงหลัก และเต็มไปด้วยมวลพลังงานอันล้นพ้นจากแฟนๆ ที่ตั้งใจมาร่วมบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญนี้ไปพร้อมกัน

หากมองในแง่ขององค์ประกอบโชว์ “TEN:CORE0110” คือผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงการเติบโตทางดนตรีของเตนล์อย่างแท้จริง โครงสร้างของการแสดงถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยแบ่งออกเป็นหลายพาร์ทเพื่อถ่ายทอดศักยภาพอันหลากหลายของเขา ทั้งการเต้นที่เฉียบคม เสียงร้องที่มีเสน่ห์ และการควบคุมเวทีที่น่าเกรงขาม

การแสดงเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นระดับสูงสุด เมื่อเตนล์ปรากฏตัวพร้อมกับ “Nightwalker” บทเพลงไตเติ้ลจากโซโล่มินิอัลบั้มชุดแรก ซึ่งเป็นดั่งหมุดหมายที่เปิดประตูสู่เส้นทางศิลปินเดี่ยวของเขา บรรยากาศในฮอลล์ถูกจุดติดทันทีด้วยไลน์เต้นอันเป็นเอกลักษณ์และพลังการแสดงที่สะกดทุกสายตา จากนั้นเตนล์ได้เร่งดีกรีความสนุกอย่างต่อเนื่องด้วยเพลง “ON TEN”, “Birthday” และ “Shadow” เผยให้เห็นทักษะการเป็นโชว์แมน (Performer) ระดับแนวหน้า ก่อนจะสลับอารมณ์เข้าสู่จังหวะกรูฟสุดชิคในเพลง “Dangerous”, “Enough For Me” และ “Water” ซึ่งตอกย้ำว่าบาร์ความมันส์ของการแสดงไม่มีตกเลยแม้แต่นาทีเดียว

นอกจากทักษะการเต้นระดับแนวหน้าแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพด้านการร้อง (Vocal Performance) ของเตนล์ได้อย่างงดงาม ในช่วงกลางของคอนเสิร์ต บรรยากาศถูกปรับเปลี่ยนด้วยการเรียบเรียงดนตรีสไตล์อะคูสติก พร้อมการนำ Live Band ขึ้นมาร่วมเล่นบนเวที เตนล์ถ่ายทอดบทเพลงอย่าง “New Heroes”, “Butterfly”, “Lie With You” และ “Wave” ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ในพาร์ทนี้เตนล์ยังได้ขึ้นรถเลื่อนเคลื่อนไปทั่วฮอลล์ เพื่อแจกลูกบอลพร้อมลายเซ็นและมอบความสุขให้แก่แฟนๆ อย่างใกล้ชิดทั่วทุกโซน

เพื่อยืนยันถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์โชว์อันน่าจดจำ เตนล์ได้ขนทัพแดนเซอร์มืออาชีพทั้งจากประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้รวมเกือบ 30 ชีวิต ขึ้นมาร่วมสร้างความตระการตาในบทเพลงอย่าง “BAMBOLA”, “Sweet As Sin” และ “STUNNER” ผสานเข้ากับงานโปรดักชัน เวที แสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ไฟ น้ำ ควัน และพลุ ที่สาดเข้ามากลางเวทีอย่างลงตัว เสริมให้มิติการแสดงของเตนล์มีความอลังการสมเกียรติศิลปินระดับโลก

สิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ต TEN:CORE0110 ณ กรุงเทพฯ มีความพิเศษแตกต่างจากทุกแห่ง คือการคอลแลบอเรชันร่วมกับศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ ซึ่งถูกจัดวางไว้ในแต่ละรอบการแสดงอย่างไม่ซ้ำกัน ด้วยเคมีที่สุดจะเข้ากันกับเตนล์ เป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่ประทับใจในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยโชว์ทั้ง 3 รอบการแสดงแตกต่างกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวันของการแสดง

ทั้งในรอบแรกโดย “นุนิว ชวรินทร์” (NuNew) ที่ทำให้เพลง “Butterfly” และ “Lie With You” เป็นโชว์ที่ 2 ศิลปิน ประสานเสียงจนกลายเป็นโชว์ที่สุดลงตัว รวมถึงได้ฟังเตนล์ถ่ายทอดความหวานผ่านเพลง “เรื่องจริง” และ “Some Other Day” ร่วมกับ “SIN SINGULAR” อีกหนึ่งสีสันของโชว์วันแรกที่ทำให้เห็นเตนล์ในอีกมุมกับเพลง “ไม่ติด” ที่ได้ “URBOYTJ” และ “Jaylerr” มาเป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษ สร้างโชว์ที่ประทับใจให้กับแฟน ๆ

สำหรับโชว์วันที่ 2 สเต็ปแดนซ์ไฟลุกคูณ 4 เท่า เมื่อ “PiXXiE” มาร่วมจอยในเพลง “Dangerous” กลายเป็นความอันตรายที่ทั้งเตนล์และ PiXXiE สร้างดาเมจสุดฮอตบนเวที อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานกับการได้โชว์เพลงไทยสุดฮิตทั้ง “หน้าหนาวที่แล้ว” ที่มีเจ้าของเพลงอย่าง “The Toys” มาเป็นแขกรับเชิญ และได้เห็นเตนล์โชว์สกิลการแรป รวมถึงเพลง “ดอกไม้ที่รอฝน (Spring)” ซึ่งมี “นนท์ ธนนท์” (NONT TANONT) มาแจมบนเวที ตามต่อด้วยเพลง “โต๊ะริม” ที่เตนล์ได้ร้องกับนนท์ยกให้เป็นโชว์ที่ 3 ศิลปินหูเคลือบทองได้มาสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีด้วยกัน 

ส่วนวันที่ 3 กับความเซอร์ไพรส์จาก “พีพี กฤษฏ์” (PP KRIT) ที่ทำให้บนเวทีเต็มไปด้วยความ Cute และความขี้อ้อน แถมยังได้เห็นเตนล์ในอีกโหมดผ่านเพลง “ไปน่ารักไกล ๆ หน่อย” แต่ทำเอาเวทีเดือดสุด ๆ กับ High Note ที่ตราตรึงใจเมื่อเตนล์ได้โชว์ร่วมกับ “เจฟ ซาเตอร์” (Jeff Satur) ในเพลง “Black Tie” และเข้าถึงอารมณ์ในเพลง “ซ่อนไม่หา”

การร่วมมือกับแขกรับเชิญตลอดทั้ง 3 วัน นอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมแล้ว ยังช่วยเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่งของเตนล์ ทั้งความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสไตล์ดนตรีที่หลากหลาย เสน่ห์อันขี้เล่น และความเป็นกันเองในระหว่างช่วงพูดคุยบนเวที ซึ่งช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ ตลอดการแสดง

ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต เตนล์ได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่แฟนคลับด้วยการร้องเพลง “Paint Me Naked” ก่อนจะเซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการเปิดตัวผลงานเพลงใหม่บนเวทีเป็นครั้งแรก นั่นคือสเปเชียลซิงเกิลภาษาไทยที่มีชื่อว่า “If You Don’t Mean It (ถ้าไม่คิด อย่าทำให้คิด)” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆ ในฮอลล์ ก่อนที่มีกำหนดจะปล่อยอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ไม่เพียงเท่านั้น ในวันสุดท้ายของการแสดง เตนล์ยังได้ทิ้งท้ายด้วยการเปิดเผยเทรลเลอร์ของโปรเจกต์ระดับอินเตอร์ลำดับต่อไป นั่นคือซิงเกิลภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า “OUTWEST” ซึ่งมีกำหนดปล่อยให้ฟังกันในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ การประกาศผลงานใหม่อย่างต่อเนื่องนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าเตนล์พร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะศิลปินระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ

ตลอดการแสดงทั้ง 3 วัน เตนล์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่มาจากความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความพยายามฝึกฝนอย่างหนักตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ในช่วงสุดท้ายของการแสดง เตนล์ได้เปิดใจและกล่าวความรู้สึกของเขาต่อหน้าแฟนเพลงด้วยความซาบซึ้งว่า “ขอบคุณทุกคนที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นครั้งใหม่ และร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีไปด้วยกันที่บ้านเกิดที่เตนล์เติบโตมา การที่ได้มี 10vely คอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ ไม่ว่าเตนล์จะอยู่ที่ไหน ก็รู้สึกว่าที่นั่นคือบ้าน ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น และขอบคุณที่ทำให้ 10 ปีของ TEN มีความสุขขนาดนี้ครับ”

“ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ขอบคุณจริงๆ ครับที่มาร่วมเริ่มต้นก้าวใหม่ไปกับผม ด้วยความรัก การซัพพอร์ต และทุกช่วงเวลาที่เราอยู่ร่วมกัน ทำให้การแสดงครั้งนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ผมเชื่อว่าในอนาคตพวกเราทุกคนจะยังคงเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ และสร้างความทรงจำที่น่าจดจำด้วยกันได้มากกว่านี้อีก ตื่นเต้นมากๆ ครับว่าการเดินทางครั้งใหม่นี้จะนำพาพวกเราไปสู่จุดไหน”

“นูน่าเมี้ยน” บอกเลยว่าตลอดทั้ง 3 วันที่ผ่านมามันไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่มันคือ “พื้นที่แห่งความทรงจำที่สว่างไสวที่สุด” คอนเสิร์ต “TEN:CORE0110” จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดสิ้นสุดของการเฉลิมฉลอง 10 ปีที่ผ่านมา หากแต่เป็น “จุดเริ่มต้น” ทศวรรษใหม่บนเส้นทางสายดนตรีของ “เตนล์” ศิลปินไทยผู้พร้อมจะส่องสว่างและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ บนเวทีโลกต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ความสำเร็จตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ถึงความพยายาม และนูน่าเชื่อเหลือเกินว่าก้าวต่อไปของ “เตนล์” บนเส้นทางระดับสากลจะยิ่งงดงามและเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิมแน่นอน นูน่าและชาว “10vely” จะคอยส่งพลังใจและอยู่เคียงข้างเตนล์เสมอ!

ภาพ : Tenth Sound


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”