สืบเนื่องจากกรณีปรากฏคลิปวิดีโอนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีกลุ่มหนึ่ง ส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้า BTS พร้อมแสดงพฤติกรรมชูนิ้วกลางใส่คนไทย และสบถถ้อยคำหยาบคาย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ถึงความไม่เหมาะสมของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น และเกิดคำถามว่าผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่นั้น

สถานทูตอิตาลีประณามเด็กชาติเดียวกันปมคลิปบน BTS เจ้าตัวอัดคลิปขอโทษ-เตรียมถูกส่งกลับประเทศ!

แฉ ‘วัยรุ่นฝรั่ง’ ห้าวเป้ง! ส่งเสียงดังบน BTS สาวไทยพยายามเตือนกลับไม่ฟัง แจกกล้วยเย้ย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว หากผู้เสียหายเห็นว่าการกระทำหรือการแสดงออกของบุคคล เข้าข่ายเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทางผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้ เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นภายในราชอาณาจักรไทย และไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ หากกระทำความผิดในประเทศไทย ย่อมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทยและรับโทษเช่นเดียวกัน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยอีกว่า ส่วนกรณีการส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะ หากการกระทำเข้าข่ายสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือฝ่าฝืนระเบียบของผู้ให้บริการ ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยคลิปวิดีโอและภาพที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่สามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดีได้

สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการเพิกถอนวีซ่าของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวนั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า เป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายคนเข้าเมือง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติการณ์เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็สามารถพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ พร้อมกันนี้ ตนขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนว่าหากพบเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ควรตั้งสติ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่สามารถทำได้ ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.