เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก รายงานความคืบหน้าการดูแล “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าที่ได้รับการช่วยเหลือจากพื้นที่ป่า โดยล่าสุดมีอาการทั่วไปดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถกินนมและน้ำได้ตามปกติ ขับถ่ายได้ดี ปัสสาวะใสและมีปริมาณมาก แต่อุจจาระยังมีลักษณะครีมสลับเหลว
น.สพ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยว่า ทีมสัตวแพทย์ได้ให้เชื้อจุลินทรีย์ดี (Probiotic) และน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารของลูกช้าง

สำหรับบาดแผลบริเวณสะดือมีการแห้งตัวดีขึ้น ส่วนแผลบริเวณอวัยวะเพศยังมีเนื้อตายเหลืออยู่แต่ปริมาณหนองลดลง เช่นเดียวกับบริเวณเล็บที่พบว่าปริมาณหนองน้อยลง และแผลถลอกรอบตัวเริ่มมีการฟื้นฟูดีขึ้น
ลูกช้าง “ข้าวต้ม” ยังสามารถถีบตัวลุกขึ้นยืนได้เองบ้าง โดยมีทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ช่วยพยุง พร้อมทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยืดเหยียดข้อเท้า การใช้อุปกรณ์อัลตราซาวด์บำบัด เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า (PMS) และการใส่เฝือกพยุงขาสลับกับช่วงพัก

นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ยังตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของลูกช้าง พบว่าช่วงเวลา 03.00 น. มีค่าต่ำกว่าปกติ แต่ในช่วงเวลาอื่น ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ทั้งนี้ การดูแลลูกช้างป่าข้าวต้มยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก น.สพ.วิศรุต ปิยะศิริศิลป์ และ น.สพ.นภัส เสวกวรรณ จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งร่วมกันดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกช้างป่าข้าวต้มฟื้นตัวกลับสู่สภาพแข็งแรงโดยเร็วที่สุด.





