เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “คนไทยยังอดทนอยู่หรือเปล่า?” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14–16 ตุลาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่างทั่วประเทศ ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) ผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 40.53 ระบุว่ายังมีความอดทนอยู่พอประมาณ ขณะที่ร้อยละ 24.43 ระบุว่า “หมดความอดทนแล้ว” และอีกร้อยละ 19.69 บอกว่า “เริ่มไม่ค่อยมีความอดทน” ส่วนผู้ที่ยังมีความอดทนสูงอยู่มีร้อยละ 14.74

โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา (210 ตัวอย่าง) พบว่า ร้อยละ 38.57 ระบุว่ายังมีความอดทนพอประมาณ แต่ร้อยละ 24.29 ยอมรับว่า “หมดความอดทนแล้ว” สะท้อนความอ่อนไหวจากสถานการณ์ในพื้นที่

เมื่อสอบถามถึงระดับความพอใจต่อการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ ต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง พบว่า

  • กองทัพ ได้รับความพอใจมากที่สุด ร้อยละ 53.67 ระบุว่า “พอใจมาก”
  • กระทรวงการต่างประเทศ มีร้อยละ 34.66 ระบุว่า “ค่อนข้างพอใจ” แต่ร้อยละ 31.83 ระบุว่า “ไม่ค่อยพอใจ”
  • รัฐบาลไทย ถูกประเมินในเชิงลบมากที่สุด โดยร้อยละ 38.32 ระบุว่า “ไม่ค่อยพอใจ” และร้อยละ 26.03 ระบุว่า “ไม่พอใจเลย”

สำหรับสิ่งที่ประชาชน “กังวล” จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.05 เชื่อว่าสถานการณ์อาจ “ยืดเยื้อยาวนานไม่จบ” รองลงมาร้อยละ 41.76 กังวลต่อ “สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน” และร้อยละ 31.15 ห่วงต่อ “สภาพความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่รัฐและทหาร”

ด้านแนวทางแก้ไขปัญหา ประชาชนร้อยละ 35.19 เห็นว่าควร กดดันทางเศรษฐกิจ เช่น ปิดด่านหรืองดนำเข้า–ส่งออกอย่างจริงจัง, ขณะที่ร้อยละ 33.97 ระบุว่า “จะทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่เสียดินแดนและไม่เสียเปรียบกัมพูชา” และร้อยละ 24.81 สนับสนุนให้ เปิดการเจรจาทางการทูตอย่างจริงจัง

ผลสำรวจนี้สะท้อนว่า แม้คนไทยส่วนใหญ่ยังคง “อดทนได้” กับสถานการณ์ขัดแย้ง แต่แนวโน้มความอดทนกำลังลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันยังสะท้อนความไม่พอใจต่อบทบาทรัฐบาล และความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อต่อไปโดยไม่มีข้อสรุปในเร็ววัน.