ยังคงเป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงไทยอย่างมาก หลังจากที่สูญเสียพระเอกดัง “นาท ภูวนัย” หรือ “นายอุดมพร คชหิรัญ” โกโบริคนแรกบนจอเงิน ที่จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2568 ด้วยอายุ 79 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว คนบันเทิงต่างร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของพระเอกดังเป็นอย่างมาก

ล่าสุด ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ สถานที่ประกอบพิธีรดน้ำศพ สวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศล ด้านลูกสาว “ตู่ จารุศิริ” ได้เปิดใจครั้งแรกถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของบิดา หลังต่อสู้กับอาการลิ้นหัวใจรั่วและภาวะติดเชื้อถึง 3 ครั้ง โดยเธอเผยว่า
“จริง ๆ ต้องบอกว่าคุณพ่อผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่วมาเมื่อเกือบ 2 เดือนแล้ว คุณหมอได้บอกไว้อยู่แล้วว่าหัวใจคุณพ่อเหลือทำงานอยู่แค่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นในการผ่าตัดลิ้นหัวใจก็ 50:50 ตื่นมาท่านอาจจะฟื้นเป็นปกติ กับอีกอย่างคือท่านอาจจะไม่ฟื้น ณ ตอนนั้นเราต้องตัดสินใจกัน ตัวคุณพ่อจริง ๆ ท่านไม่อยากผ่า ท่านว่าอายุเยอะแล้ว แต่ถ้าไม่ผ่าตัดคุณพ่อจะต้องมีอาการน้ำท่วมปอดไปทุกเดือน อาจจะอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ทุกคนลงความเห็นว่าพ่อผ่าเถอะ ผ่าพ่ออาจจะดีขึ้น ดีกว่ามาน้ำท่วมปอดทุกเดือนไปในเวลา 6 เดือน เราก็ทำใจไม่ได้ถ้าจะเป็นอย่างนั้น
คือคุณพ่อป่วยมาประมาณ 2-3 ปีได้แล้ว ด้วยโรคหัวใจ แต่เพิ่งมาทราบทีหลังว่าเป็นลิ้นหัวใจรั่ว ก็จะมีอาการน้ำท่วมปอดมาตลอดทุก ๆ 2 เดือน มา 2-3 ปี ไปรับละครก็ไปถ่ายได้ครั้งเดียว กลับบ้านท่านก็บอกเหนื่อย เราก็เข้าใจว่าท่านอาจจะแก่เลยเหนื่อย แต่จริง ๆ มันคืออาการของน้ำท่วมปอด ตัวคุณพ่อท่านมีกำลังใจมาก ๆ หลังผ่าไป 2 อาทิตย์อาการท่านก็ยังดีอยู่ จากนั้นท่านเริ่มติดเชื้อ อาการท่านเลยแย่ลง อาการท่านก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ จนคุณพ่อไม่สามารถขับของเสียทางปัสสาวะออกมาได้ คุณหมอจึงลงความเห็นให้ฟอกไต จึงต้องเปิดแผลที่หน้าท้อง ฟอกไปแล้วอาการเหมือนจะดีขึ้น 1 อาทิตย์ก่อนที่ท่านจะเสีย มาตรวจพบเลือดในช่องท้องเกือบครึ่งกระเพาะ จากรอยโรค ทำให้ไม่สามารถฟอกไตทางหน้าท้องได้แล้ว ต้องหยุดทำการฟอกไต ไม่สามารถฟอกไตได้ คุณหมอให้ยาสลบคุณพ่อตลอด เพราะถ้าตื่นขึ้นมาท่านจะทรมาน ท่านจะเจ็บมาก ท่านก็จะหลับตลอด 1 อาทิตย์ คุณหมอบอกไม่ควรผ่าตัดแล้ว เพราะท่านอายุเยอะ อาการท่านไม่ได้ดีขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด ท่านก็จะหลับตลอด คุณหมอแทบจะทำให้พวกเราหลอนโทรศัพท์ไปเลย ตี 1 บ้าง ตี 3 บ้าง

พอ 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็เตรียมใจเอาไว้บ้าง แต่เราไม่อยากคิด น้องชายโทรฯมา… ตอนนั้นโรงพยาบาลก็โทรฯมานะ เราทำใจไว้แต่ใจมันก็ไม่อยากจะทำ มันเหมือนหลอกตัวเองว่าพ่อต้องอยู่ได้แหละ เดี๋ยวท่านก็จะดีขึ้น ในช่วงนั้นตู่ต้องไปทำงานที่อุบลฯ มันก็เป็นหน้าที่ของเรา ก็ไปหาท่านที่โรงพยาบาล บอกท่านว่าพ่อต้องรอตู่กลับมานะ พอตู่กลับมา คุณหมอโทรฯให้คุณแม่กับพี่สาวรีบไปหาคุณพ่อตอนสาย ๆ ก็ไปยืนคุยกับพ่อ (ร้องไห้) ตู่มาหาตามสัญญาแล้ว พ่ออยากจะตื่นขึ้นมาคุยไหม พ่อไม่ต้องห่วงคุณแม่นะ ตู่จะดูแลแม่และคนที่บ้านให้ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้นแล้ว ตู่รู้ว่าพ่ออยู่โรงพยาบาลมาเหนื่อยมากแล้ว จำได้ตอนท้ายสุดที่พ่อมีเสียงคุย ท่านอยากกินน้ำแข็ง เพราะท่านไม่ได้กินอะไรทางปากเลย อันนั้นคือการพูดจากันครั้งสุดท้าย ถามพ่ออยากจะกินอะไร”
ลูกสาว เล่าต่อว่า “ตอนที่เห็นจอคุณพ่อ อะไร ๆ มันค่อย ๆ ลดลงก็เลยบอกเขาว่าแม่กำลังจะมา รอแม่ก่อน อย่าเพิ่งไปไหน พอทุกคนมาถึง แม่ก็บอกพ่อ ทำไมปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ทำไมพ่อไม่อยู่ต่อหรือพ่อเหนื่อยแล้ว ถ้าพ่ออยากอยู่พ่อต้องสู้ แต่ถ้าพ่อเหนื่อยแล้วไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องห่วง จากนั้นหัวใจ ความดันคุณพ่อก็ค่อย ๆ ลดลง เรามองหน้าพ่อ ท่านมีอาการชักเกร็ง คุณหมอบอกว่าเป็นเพราะยาที่ให้มันถึงขีดสุดแล้ว เราเห็นมอนิเตอร์หัวใจเป็นศูนย์ แต่ด้วยพ่อใส่เครื่องช่วยหายใจ การหายใจก็เลยยังทำงานอยู่ แต่จริง ๆ คุณพ่อจากไปแล้ว ตอนนั้นคุณแม่ก็เอาพระที่ท่านใส่ตลอดให้ท่านกำไว้ในมือ คุณหมอก็วัดชีพจร แล้วบอกว่าหัวใจพ่อไม่เต้นแล้ว สาเหตุการเสียชีวิต คุณหมอสันนิษฐานว่ามาจากการติดเชื้อ ท่านติดเชื้อทั้งหมด 3 ครั้ง ท่านอายุเยอะมากแล้วท่านก็สู้ไม่ไหว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก มันกะทันหันมาก ๆ เราเตรียมทุกอย่างไว้รอพ่อกลับบ้าน ไม่คิดเลย
ส่วนความภูมิใจ ในฐานะลูก นาท ภูวนัย คือภูมิใจในตัวคุณพ่อมาก (ร้องไห้) ตอนเด็กตู่บอกใครต่อใครว่าพ่อเราคือ นาท ภูวนัย คำว่าลูก นาท ภูวนัย ทุกคนจะให้การต้อนรับดีมาก ด้วยคุณพ่อเป็นข้าราชการและก็เป็นพระเอก เขาเป็นคนที่เฟรนด์ลี่กับเพื่อน กับทุกคน ทุกคนรักเขาหมด ตลอดการทำงานของเขาไม่เคยมีใครว่าเขาได้เลย ทั้งชีวิตของเราคือเราภูมิใจมากที่เป็นลูก นาท ภูวนัย ก่อนเกษียณท่านเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ด้วย น้อยคนที่จะเป็นแบบพ่อ ตอนนี้คุณพ่อน่าจะดีใจที่มีคนรักท่านเยอะมาก เยอะมากจริง ๆ เราเป็นนักแสดงตัวเล็ก ๆ ไม่ได้ดังเท่าพ่อ แต่ทุกคนมาให้กำลังใจเยอะมาก ทั้งคนที่รู้จักกันและไม่รู้จักกัน ขอบคุณทุกคนจริง ๆ ที่ยังระลึกถึงท่านเสมอ
สำหรับคำสอนของพ่อที่นำมาใช้จนถึงปัจจุบันนี้ ที่ตู่อยู่ในวงการมาได้ 25 ปีเพราะคุณพ่อเลย ท่านบอกตู่ทุกอย่าง การทำงานในวงการต้องทำตัวยังไง ที่เราทำมาตลอดคิดว่าท่านภูมิใจกับตัวลูกสาวมาก 24 ปีที่อยู่วงการยังมีงานตลอด จากนี้ก็จะเก็บไว้ 100 วัน พอดีว่าน้องสาวคุณพ่อเพิ่งผ่าตัด ท่านก็อยากจะมากราบลา เราเลยจะเก็บไว้ 100 วัน ซึ่งงานบำเพ็ญกุศลวันนี้จัดงานอย่างสมเกียรติ คุณพ่อได้รับพระราชทานเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น เป็นเกียรติครั้งสุดท้ายของคุณพ่อ คุณพ่อทำงานตรงนี้มานานมากจริง ๆ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก tu_jaru



