ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ที่แพ้ติดต่อกันมา 3 นัดรวมทุกรายการ มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล ที่กำลังลุ้นคว้าชัย 2 นัดติดต่อกันหนแรกในยุคของ รูเบน อโมริม

เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกตัวแรง เมื่อได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังเกมผ่านไปได้แค่ 1 นาที 9 วินาที เมื่อ อาหมัด ดิยัลโล จ่ายบอลให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม ซัดผ่านมือ จอร์จี มามาร์ดาชวิลี เข้าไปตุงตาข่าย
เข้าสู่ครึ่งหลัง “หงส์แดง” ลุยแหลก และตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่ 78 เมื่อ เฟเดริโก เคียซา เปิดบอลยัดให้ โคดี กัคโป แปจ่อ ๆ เข้าประตูไป ทว่าหลังจากนั้นนาทีที่ 84 แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกแซงขึ้นนำได้อีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ บรูโน แฟร์นันด์ส เปิดบอลย้อย ๆ ให้ แฮร์รี แม็กไกวร์ โขกกดลงพื้นเข้าไปอย่างสวยงาม

ต่อมานาทีที่ 87 เจ้าถิ่นพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ เจเรมี ฟริมปง เปิดบอลให้ กัคโป ได้ขึ้นโขกคนเดียวโล่ง ๆ แต่ ดาวยิงดัตช์ สะบัดมากไปบอลหลุดออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีกจบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเชือด ลิเวอร์พูล สุดระทึก 2-1 และนับเป็นการบุกมาคว้าชัยที่ แอนฟิลด์ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา รวมทั้งทำให้ “ผีแดง” เก็บเพิ่มเป็น 13 คะแนนจาก 8 นัดอยู่ที่ 9 ส่วน ลิเวอร์พูล ที่แพ้ติดต่อกัน 4 นัดรวมทุกรายการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 มี 15 คะแนนอยู่ที่ 3 โดยตามหลัง อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง ห่าง 5 คะแนนแล้ว.
ภาพ gettyimages



