เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ กลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และผู้ชุมนุมกว่า 100 ชีวิต รวมตัวกันเพื่อประท้วงและยื่นหนังสือถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ยกเลิกบันทึก MOU 43 และ MOU 44 และยกเลิกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย–กัมพูชา นัดพิเศษ ระหว่างวันที่ 21-22 ต.ค. ที่จันทบุรี

โดยบรรยากาศตั้งแต่ในช่วงเช้า มวลชนมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทั้งการถือธงชาติไทย ถือป้ายข้อความแสดงจุดยืน เช่น “รวมพลังยกเลิก MOU 43 MOU44″ “ยุติการเจรจา JBC” รวมทั้งมีแกนนำหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นไปกล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย

นายพิชิต ไชยมงคล หนึ่งในแกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ กล่าวระหว่างการยื่นหนังสือว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขอให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศพิจารณายกเลิก MOU ฉบับที่ 43 และ 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวทางการเจรจาเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดย MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้ เป็นอุปสรรคต่อการรักษาอธิปไตยของไทย เพราะแผนที่ที่ใช้อ้างอิงใน MOU คืออัตราส่วน 1:200,000 ซึ่งไม่ตรงกับที่กองทัพไทยใช้งานจริงคือ 1:50,000 จึงทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและไม่สามารถใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาได้อย่างแท้จริง

นายพิชิต ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากัมพูชาไม่เคยเคารพ MOU ดังกล่าว มีการยิงปืนใหญ่ใส่โรงพยาบาลไทย รวมถึงการวางระเบิดในพื้นที่พิพาท ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงโดยชัดแจ้ง ดังนั้น ฝ่ายไทยควรยุติข้อตกลงเช่นกัน เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเคารพข้อตกลงที่อีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม นอกจากข้อเรียกร้องให้ยกเลิก MOU แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมยังต้องการให้เลื่อนหรือชะลอการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยให้เหตุผลว่า หากมีการประชุมต่อไปเท่ากับว่าไทยยอมรับพฤติกรรมของกัมพูชาในอดีตที่มีการละเมิดอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ กลุ่มยังแสดงความกังวลถึงบทบาทของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทชายแดน ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว

นายพิชิต กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่นายฮุน มาเนต ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ไม่เคยเต็มใจเจรจาหยุดยิงเลย ทางกลุ่มรวมพลังแผ่นดินจึงมองว่าควรที่จะยกเลิก MOU 43-44 และเลื่อนกำหนดการประชุม JBC ออกไปก่อน เพราะหากมีการเจรจาต่อไปจะเท่ากับการยอมรับเงื่อนไข และพฤติกรรมการละเมิด MOU ของกัมพูชาว่าชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่บอกว่าการยกเลิก MOU 43-44 จะทำให้ไม่มีเครื่องมือในการประชุมในระดับทวิภาคีทั้ง GBC และ JBC นั้น ตนมองว่าไม่เป็นความจริง เพราะการประชุมดังกล่าวล้วนเกิดขึ้นก่อนที่จะมี MOU 43-44 ทั้งสิ้น พร้อมบอกว่ากลุ่ม คปท. จะเป็นตัวแทนไปยื่นข้อเรียกร้อง และกดดันการประชุม JBC ที่จะมีขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.)

ต่อมาตัวแทนผู้ชุมนุมนำหนังสือเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายธนพ ปัญญาพัฒนากุล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนรับหนังสือ