เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ชาวอิสราเอลในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน ว่า จากการทำงานสืบสวน พบการกระทำผิดในหลายๆ ประเด็น เช่น การปรับพื้นที่ เคลื่อนย้ายหิน รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่เป็นการทำลายทรัพยากร การก่อสร้างอาคารวิลล่าในเขตพื้นที่ป่า รวมถึงการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยขณะนี้ชุดสืบสวน ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เร่งตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดีกับผู้กระทำผิด

กรณีเรื่องร้องเรียน การจัดปาร์ตี้ ของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ว่าอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ ก่อนหน้านี้ ปทส. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และอุทยาน ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับการผ่อนปรนให้ประชาชนอยู่อาศัยได้ โดยผู้ครอบครองต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งในการเข้าตรวจสอบมีผู้นำเอกสารการอนุญาต ที่ออกโดยกรมป่าไม้ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ประเด็นนี้ ปทส.อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองพื้นที่ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือไม่ เนื่องจากผู้ครอบครองอ้างว่า ได้นำที่ดินบริเวณดังกล่าวไปให้ชาวต่างชาติเช่าเพื่อจัดงานปาร์ตี้ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ กล่าว

พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กก.5 ที่ก่อนหน้านี้ ได้ร่วมกับ คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ภายใต้ โครงการ สมุยโมเดล ซึ่ง กก.ปทส.5 ได้รับเรื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ จาก คณะทำงานฯ หลังมีหลักฐานผู้กระผิดฝ่าฝืนกฎหมายสร้างอาคารวิลล่า ตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม จำนวน 98 ราย โดย กก.ปทส.5 ได้ทำการสืบสวนสอบสวน และ สรุปสำนวน รวม 4 คดี ผู้ต้องหา มีประชาชน บริษัทนิติบุคคล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความผิด ในข้อหา สร้างบ้านในพื้นที่ก่อสร้างที่จำกัดความสูง โดยพนักงานสอบสวน กก.ปทส.4 ได้สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ข่าวรายงานด้วยว่าในการเข้าปฏิบัติหน้าที่สืบสวน หาพยานหลักฐานและการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และ เกาะพะงัน พบว่าส่วนใหญ่การกระผิดอยู่ที่ดิน ที่ต้องสงสัยว่าเอกสารสิทธิถูกออกโดยมิชอบ แต่ไม่สามารถเอาผิด หรือเพิกถอนได้ เนื่องจากเกินอายุความที่กำหนดไว้ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ล่าสุดชุดสืบสวนได้ตรวจสอบพบการทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้อนุญาต ที่ส่อไปในทางขัดต่อกฎหมาย

และวันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีมีการพบความผิดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจแทนคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย หรือคดีนอมินี ซึ่งมีนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุม ได้สรุปผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบความผิดของกลุ่มชาวต่างด้าวในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน ผลการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดในข้อหาต่างๆ หลายข้อหา อาทิ ประกอบธุรกิจรถเช่า ทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการรายงานแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.อ.สำราญ ได้เดินทางพร้อม พล.ต.ต.พรชัย กลิ่นขจร รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ไปยัง อ.เกาะพะงัน เพื่อประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการกำลังตรวจค้นกลุ่มเป้าหมาย

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า การปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายให้คนไทยในประเทศไทย เป็นนโยบายที่รัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ โดยให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง การเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกเหนือจากติดตามความคืบหน้าในการทำงานแล้ว ผบ.ตร.ยังกำชับให้คณะทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นจริงจัง และต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติ.