สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า แม้พ้นจากการเป็นแพะรับบาป แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐ (ไอซีอี) กลับควบคุมตัวเวดัม เพื่อเตรียมเนรเทศเขากลับไปยังอินเดีย ซึ่งเขาไม่ได้อาศัยอยู่นับตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ก่อนหน้านั้น ศาลตัดสินว่า เวดัมมีความผิดฐานฆาตกรรมนายทอม คินเซอร์ นักศึกษาวัย 19 ปี ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมห้อง โดยศพของคินเซอร์ถูกพบ 9 เดือน หลังหายตัวเข้าไปในป่า พร้อมบาดแผลจากกระสุนปืนที่กะโหลกศีรษะ ซึ่งในวันที่เขาหายตัวไป เวดัมเป็นผู้ขอให้คินเซอร์ขับรถไปส่ง

เวดัมเผชิญกับข้อหาฆาตกรรมคินเซอร์ ไม่ได้รับการประกันตัว เจ้าหน้าที่ยึดหนังสือเดินทางและกรีนการ์ด อีกทั้งถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็น “ชาวต่างชาติที่มีแนวโน้มหลบหนี” ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมา ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆาตกรรม และต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต และในปี 2527 เวดัมต้องรับโทษจำคุกแยกต่างหากในข้อหายาเสพติด อีก 2 ปีครึ่ง-5 ปี

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายเบอร์นี แคนทอร์นา อัยการเขตเซ็นเตอร์เคาน์ตี ระบุว่า เขาจะไม่ดำเนินคดีใหม่กับเวดัม แม้มีหลักฐานใหม่ แต่เวดัมยังคงถูกคุมตัวในรัฐเพนซิลเวเนีย จากคำสั่งเนรเทศเมื่อปี 2531 อันเนื่องมาจากความผิดฐานฆาตกรรมและยาเสพติด ซึ่งครอบครัวของเวดัมเตรียมยื่นคำร้องเพื่อรื้อคดี

แม้เวดัมเกิดที่อินเดีย แต่ย้ายไปยังสหรัฐตั้งแต่อายุ 9 เดือน นอกจากนั้น ตอนนี้บุตรสาวทั้ง 4 คน และลูกพี่ลูกน้องทุกคนซึ่งสนิทกัน ก็อาศัยอยู่ในสหรัฐและแคนาดา ส่วนครอบครัวในอินเดีย คือ ญาติที่ห่างไกลกัน

อนึ่ง เวดัมมีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย และคำร้องขอสัญชาติของเขาได้รับการอนุมัติแล้วก่อนถูกจับกุม ส่วนบิดาและมารดาของเวดัมต่างมีสถานะเป็นพลเมืองสหรัฐ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES