สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทรัมป์ส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เข้าไปในนครลอสแอนเจลิส กรุงวอชิงตัน และเมืองเมมฟิส ซึ่งมักขัดต่อความต้องการของผู้นำในพื้นที่ และผู้พิพากษาสั่งระงับการส่งกองกำลังประจำการในเมืองชิคาโก และเมืองพอร์ตแลนด์

“ต่อไป เราจะส่งทหารไปยังเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งความแตกต่างคือ ผมคิดว่าพวกเขาต้องการให้เราอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก หนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแท้จริง แต่เกิดความผิดพลาดเมื่อ 15 ปีก่อน และเราจะทำให้เมืองแห่งนี้ยิ่งใหญ่” ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์

อนึ่ง ทรัมป์กล่าวเกินจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกี่ยวกับขอบเขตอาชญากรรมและความไม่สงบในเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐ เพื่อเป็นเหตุผลในการสั่งการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ซึ่งเรียกเสียงคัดค้านส่วนใหญ่จากบรรดาผู้นำพรรคเดโมแครตในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

การส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิครั้งแรก ไปยังนครลอสแอนเจลิส เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังการประท้วงต่อต้านการกวาดจับผู้อพยพในวงกว้าง ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนกล่าวว่า ทรัมป์ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่ผู้คนโดยพิจารณาจากเชื้อชาติ หรือภาษาที่พูดเป็นหลัก

กระนั้น เมืองซานฟรานซิสโก มีบทบาทพิเศษในมุมมองของพรรครีพับลิกัน เนื่องจากเมืองมีปัญหาคนไร้บ้าน และการติดยาเสพติดที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งพรรครีพับลิกันมองว่า เมืองซานฟรานซิสโกเป็นตัวอย่างของ “การล่มสลายของศูนย์กลางเมืองอเมริกา” ภายใต้การควบคุมของพรรคเดโมแครต.

เครดิตภาพ : AFP