แม้จะเป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมในหลายครัวเรือน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเคมีออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ในการ “ซาวข้าวในหม้อชั้นในของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าโดยตรง” โดยระบุว่าพฤติกรรมนี้อาจทำให้สารเคลือบหลุดลอก และเกิดการปนเปื้อนของโลหะหนักที่เชื่อมโยงกับภาวะสมองเสื่อม
ศาสตราจารย์คังซังวุก จากภาควิชาวิศวกรรมเคมีและพลังงาน มหาวิทยาลัยซังมยอง เปิดเผยผ่านช่อง YouTube “Doctor Friend” ว่าการซาวข้าวสารที่แข็งในหม้อชั้นในซ้ำๆ จะทำให้ผิวเคลือบเรซินฟลูออโรคาร์บอน (ซึ่งใช้ป้องกันข้าวติดหม้อและรักษาความร้อน) เกิดรอยขูดขีดในระดับจุลภาค หากหม้อชั้นในมีคลือบหลุดลอก โดยเฉพาะหม้อที่เคลือบด้วยอะลูมิเนียม โลหะนี้ก็จะหลุดออกมา และถูกกลืนกินไปพร้อมกับข้าวที่หุง
“หากหุงข้าวในสภาพเช่นนี้ เศษอะลูมิเนียมจะหลุดออกมา และถูกกลืนกินไปพร้อมกับข้าว แม้คนส่วนใหญ่จะขับอะลูมิเนียมออกทางไตได้ แต่หากการทำงานของไตเสื่อมลง อะลูมิเนียมจะสะสมในร่างกาย และมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการสะสมในสมองมีความเชื่อมโยงกับภาวะสมองเสื่อม”
งานวิจัยจากสถาบันวิจัยสุขภาพและการแพทย์แห่งชาติฝรั่งเศส สนับสนุนข้อกังวลนี้ โดยพบว่าการบริโภคอะลูมิเนียมเกิน 0.1 มิลลิกรัมต่อวัน อาจนำไปสู่ความบกพร่องทางสติปัญญา นอกจากนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคีลยังพบการสะสมของอะลูมิเนียมในสมองอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทางพันธุกรรม 42%
ศาสตราจารย์คังยังเตือนถึงหม้อชั้นในที่เคลือบสแตนเลส ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแทนอะลูมิเนียม โดยระบุว่า หากพบรอยแดงบนสแตนเลส ซึ่งเป็นสัญญาณของการกัดกร่อน การหุงข้าวในสภาพนั้น อาจทำให้มีการชะล้างนิกเกิลและโครเมียมปนเปื้อนได้
วิธีดูแลหม้อหุงข้าวเพื่อสุขภาพที่ดี
- ซาวข้าวในภาชนะแยก: ควรล้างข้าวในชามหรือภาชนะอื่นก่อนนำไปใส่ในหม้อชั้นใน
- อย่าใช้โลหะตักข้าว: เมื่อตักข้าว ให้ใช้ภาชนะพลาสติกหรือไม้ แทนช้อนหรือตะหลิวโลหะ
- ใช้ฟองน้ำนุ่มล้าง: เมื่อล้างหม้อให้ใช้ฟองน้ำ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์แทนใยเหล็ก
- เช็ดให้แห้งสนิท: ควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วเก็บหม้อหุงข้าวไว้ในที่แห้งสนิท เพื่อป้องกันการกัดกร่อน และเปลี่ยนใหม่ทันทีหากพบรอยแดง
ที่มาและภาพ : insight korea, freepik



