เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤติ ได้โพสต์ข้อความในเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า เตือนถึงปัญหาระบบบัตรทอง หรือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นระบบสิทธิรักษาฟรีสำหรับคนไทยกว่า 48 ล้านคน

ปัญหาหลักที่พบคือ

โรงพยาบาลต้องออกเงินรักษาผู้ป่วยก่อน แล้วค่อยเบิกเงินคืนจากสปสช. แต่บางครั้ง เงินมาช้า ไม่ครบ หรือโดนเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง

ระบบ “คะแนนโรค” หรือ DRG/RW ที่คิดเงินค่ารักษา ทำให้บางเคสต้องคืนเงินย้อนหลัง ทั้งที่รักษาคนไข้ถูกต้อง

มีการสุ่มตรวจเอกสารคนไข้เพียง 3% แต่เอาผลไปปรับเงินทุกเคส ทำให้โรงพยาบาลเสียเงินโดยไม่เป็นธรรม

ตัวเลขสะท้อนวิกฤติ

ไตรมาส 3 ปี 2568 โรงพยาบาลรัฐ 326 แห่ง มีเงินบำรุงติดลบรวมกว่า 8,200 ล้านบาท

หมอ–พยาบาลบางแห่งต้องรอค่าตอบแทน 6 เดือน–1 ปี หรือไม่ได้รับเงินเลย

ผลกระทบต่อประชาชน

บางโรงพยาบาลหยุดรับผู้ป่วยนอกชั่วคราว หรือบริการบางอย่าง

ยาที่เคยได้หลายเดือน ถูกลดเหลือ 1 สัปดาห์

ผู้ป่วยโรครุนแรงบางราย อาจไม่ได้รับการรักษาเต็มที่ เช่น ผู้ป่วยหัวใจตีบ 3 เส้น ต้องรอรักษาทีละเส้น

ตัวอย่างชัดเจน

โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ถูกสปสช.เรียกเงินย้อนหลังจนขาดทุนกว่า 78 ล้านบาท ทำให้ต้องหยุดรับผู้ป่วยนอกบัตรทองชั่วคราว ผู้ป่วยกว่า 47,000 คนได้รับผลกระทบทันที

หมอเตือนว่า

สปสช.มักใช้คำพูดสวยหรู เช่น “ทำเพื่อประชาชน” แต่ความจริงคือ ระบบไร้ความโปร่งใส กดดันโรงพยาบาลให้แบกรับภาระเอง หากไม่แก้ไข ปัญหานี้อาจนำไปสู่:

หมอ–พยาบาลท้อหรือลาออก

โรงพยาบาลขาดงบ ยาขาด แพทย์และเครื่องมือไม่พอ

ประชาชนอาจเสียสิทธิรักษาฟรี

สรุป:

ระบบบัตรทองเป็นสิทธิของประชาชน แต่การใช้สิทธิอย่างปลอดภัยขึ้นอยู่กับความโปร่งใสและความยุติธรรมของสปสช. นพ.ฒัชชณพงศ์ฝากให้ประชาชนตั้งคำถามว่า “สิทธิรักษาฟรีของเรายังปลอดภัยอยู่ไหม?” และเตือนให้สังคมติดตามเพื่อป้องกันสิทธิคนไทยสูญเสียไปทีละน้อย

ขอบคุณเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า