เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ. ที่มีการพิจารณาร่างการปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เหล็ก ฉบับใหม่ว่า มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่ม 10 ตลอดจนสมาคมผู้ประกอบการเหล็ก IF EF และ BO ซึ่งวันที่ 23 มิ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติปรับปรุงร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่

สาระสำคัญเพื่อแก้ปัญหาเหล็กข้ออ้อยแบบ IF ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ โดยกำหนดให้ต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็กในทุกกระบวนการผลิตไม่ว่าจะเป็นเหล็กทั้งแบบ IF EF และ BO และยังคงให้ใช้เหล็กกลมที่ผลิตจากเตา IF สำหรับการก่อสร้างพื้นถนน แต่ต้องมีเตาปรุงฯ ในกระบวนการผลิต ส่วนเหล็กข้ออ้อยที่ใช้สำหรับโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ ให้ใช้วิธีการผลิตโดยเตา EF หรือเตา BO เท่านั้น ไม่ให้ใช้เตา IF

นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่ จะต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น 30 วัน ระหว่างนี้หากมีข้อเสนอจากภาคประชาชน หรือสมาคมเหล็กต่างๆ จะนำเข้าสู่ กมอ. อีกครั้งเพื่อทบทวนให้เป็นมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับ ทั้งนี้ ระหว่างรอการบรรจุ ร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่เข้าสู่กฎกระทรวง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้วางแผนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพเหล็ก 3 ระดับ ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นทาง การทดสอบคุณภาพตามจุดกระจายสินค้าทุกเดือนในระดับกลางทาง และลงพื้นที่สุ่มตรวจจุดจำหน่ายสินค้าในระดับปลายทาง เพื่อให้ประชาชนไว้ใจว่าเหล็กได้มาตรฐาน มอก.

ด้านนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวชี้แจงกรณีข้อกังวลที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดอีกครั้งว่า ทาง สมอ.มีมาตรการออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้วในเรื่องการคุ้มครองดูแลประชาชนจากความปลอดภัยในการก่อสร้าง กมธ.จะตรวจสอบกระบวนการที่เกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่มีคำสั่งปิดบริษัทฯ มีคำสั่งแก้ไข จนถึงการกลับมาเปิดบริษัทใหม่อีกครั้งว่าถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งมาให้

นายศุภโชค ศรีสุขจร กล่าวย้ำว่า กรณีซิน เคอ หยวน ยืนยันว่าไม่ปล่อยผ่านแน่นอน จะนำกลับเข้ามาทบทวนอีกครั้งว่ามีประเด็นข้อสงสัยอย่างไรหรือไม่