ทำเอาแฟน ๆ อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อเกิดประเด็นดราม่าร้อนระอุขึ้น หลังนางเอกสาว “ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์” และหวานใจพระเอกหนุ่มหล่อ “ไมค์-ภัทรเดช” ไปร่วมไลฟ์ขายของกับ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” แต่กลับถูกชาวเน็ตและลูกค้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เอ็นเนอร์จี้ล้นเกินไป, เสียงดัง และถึงขั้นทำไลฟ์ปลิว จนหลายคนมองว่าไม่เหมาะสมกับพื้นที่ของคนอื่น

ล่าสุดในงาน “EveryONE Thailand : ข่าวดีเพื่อทุกคน” ซึ่ง ปุ๊กลุก และ ไมค์ ได้ควงกันมาเปิดใจถึงดราม่าดังกล่าวถึงความรู้สึกที่ต้องรับมือกับกระแสโจมตีที่รุนแรงจนเสียเซลฟ์ โดย ปุ๊กลุก เผยว่า “ความรู้สึกตอนแรกพูดตรงๆ เรามีความรู้สึกสนุก เราชอบเอ็นเตอร์เทนคนในช่องเรามันเป็นเรื่องปกติเลย แต่บางทีเราก็ลืมนึกไปว่าแฟนๆ ของแต่ละช่องมีความชอบแตกต่างกัน ก็เป็นจุดที่ทำให้เรียนรู้และเติบโตขึ้น เราอาจจะเป็นคนที่ไม่คิดอะไรซับซ้อน เราอยากจะสนุกกับการไลฟ์ เราลืมคิดถึงความพอดีของแต่ละช่องไป ก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องนี้ จุดแรกมันเป็นความรู้สึกเสียใจ เจตนาของเราค่อนข้างจะบริสุทธิ์มากๆ ฟีดแบ็กหลังจากนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนเราไปฆ่าคนตาย มันดูเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น”

“สิ่งที่แย่ที่สุดคือเรารู้สึกว่ามันจะมีคอมเมนต์ว่าเราไปทำให้ เจนนี่- ยิว ไม่โอเครึเปล่า ก็เลยมาคุยกันว่ามันจริงไหม เหมือนเราไปรบกวนเจ้าของพื้นที่ หลังจากที่ได้คุยกันก็สบายใจมากๆ รู้เลยว่าจริงๆ แล้ว ท่ามกลางปัญหาที่คิดว่ามีหลายคนไม่เข้าใจ ยังมีคนอีกมากๆ ที่รักเรา คือจากนี้จะไม่พูดเสียงดังอีกแล้ว คือเสียเซลฟ์ไปเลย แต่พอมีคนเข้ามาชื่นชมในสิ่งที่เราเป็น เราไม่ได้ไปทำร้ายใคร ก็รู้สึกว่าอยากจะกลับมาสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้คนอื่นอีกครั้ง แต่อาจจะอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง การได้ไปพื้นที่ของคนอื่น เราก็ได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นจริงๆ ขอบคุณมากๆ สำหรับแฟนคลับทุกคน”

“เวลาเราทุกข์เราทุกข์แรงมาก เพราะเราเห็นเสียงเยอะมากแต่วันที่เรามีความสุข เราต้องการกำลังใจ เราก็ได้รับมาเยอะเช่นเดียวกัน ขอบคุณมากๆ ที่รักและสนับสนุนในทุกๆ อย่าง แม้บางครั้งเราอาจจะไม่ได้น่ารักตลอด 24 ชั่วโมง มีบางมุมที่เราไม่เพอร์เฟกต์สำหรับใครแต่ก็ยังมีคนที่รักและพร้อมสนับสนุนเรา เราไม่ค่อยมีเรื่องดราม่าเพราะเป็นคนที่ระมัดระวังตัวมาก แต่ครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่ายังมีคนอีกมากมายที่รักและสนับสนุนเรา”

“เราไม่เคยรู้เลยว่ามีคนรักในการไลฟ์สดของเราจนวันนี้ บางทีก็มีคนชอบเสียงหัวเราะของเรานะ ชอบให้เราเอ็นเตอร์เทน ขอบคุณมากๆ ก็จะพัฒนาในทุกๆ งานตลอดไป สิ่งไหนเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนา เติบโตขึ้นและปรับปรุงตัวเองยินดีน้อมรับ จากนี้ก็จะพัฒนาต่อไป จะระวังให้มากขึ้นไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามแต่ ก็จะมีความสุขในสิ่งที่เราทำแบบนี้ตลอดไป ตราบที่ยังมีคนสนับสนุนและซัพพอร์ตอยู่ เราไม่ได้ได้เงินเยอะจากการไลฟ์สด แต่เราได้เงินจากการรีวิวสินค้าเยอะ เราไม่มีปัญหาด้านการเงินหากไม่ได้ไลฟ์สด แต่การไลฟ์มันทำให้เราได้เจอแฟนคลับ เลยบอกไมค์มันสนุกดีนะ”

“เราเห็นคนดู 3 แสน เราก็เอาเต็มที่เลย เราคิดแค่ว่าเราอยากให้เขามีความสุข ตอนนี้กลับมาประมาณ 90 สัก 10 เป็นช่วงตกผลึกว่าจริงๆ แล้วสิ่งไหนที่เราต้องปรับจริงๆ หรือบางอย่างก็ต้องชั่งน้ำหนัก ก็น้อมรับทุกความเห็น คนที่เป็นลูกค้าเราเขาไม่ได้นึกถึงประเด็นนี้เลย มันมีหลายคนที่ไลฟ์สดแล้วอาจจะไม่ได้รู้เรื่องของคน 100% เราเองก็เพิ่งมาไลฟ์สดไม่เกิน 30 วัน อาจจะมีบางอันที่เรารู้เรื่องกฎและไม่รู้ มันก็ทำให้เราเรียนรู้ขึ้นมาก”


“เจนนี่มืออาชีพและน่ารักมาก เราได้มาจอยกัน รู้จักกัน ได้เปิดแผงด้วยกัน มันเป็นเรื่องดีมากๆ ในปัญหาที่เกิดขึ้นเราก็เรียนรู้และเติบโตไป ตอนแรกรู้สึกแย่มาก หลังจากไลฟ์ก็รู้สึกว่าเรามีแฟนคลับที่รักเรามากเลย เราก็แค่เรียนรู้ว่าบางเรื่องเราต้องเติบโตนะ ต้องรอบคอบกว่านี้นะ ก็จบไปที่เหลือคิดว่าเราควรกลับมาสนุกและมีความสุข การไลฟ์สดเราต้องขายของให้ลูกค้า เพราะลูกค้าจ่ายเงินให้เรา เราต้องเต็มที่ทำให้ลูกค้ามีความสุข และอีกด้านเราก็ต้องให้ความสำคัญแฟนๆ เราต้องรอบคอบในพื้นที่ของคนอื่น ในพื้นที่ของเราเองมันเป็นสิทธิของเราที่เราอยากมีความสุขแบบอันลิมิตยังไงก็ได้ เพราะแฟนคลับปุ๊กกับไมค์เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น จากนี้ลูกค้าจ้างได้แต่คิดแพงมาก คิดแพงจริงๆ ขี้เกียจเจ็บหัวใจ มันไม่คุ้มถ้าเราโดนดราม่า คนอาจจะมองว่าปุ๊กหิวแสง แต่บอกเลยไม่เคยมีความสุขกับดราม่า ไม่เอาค่ะ มันไม่ได้สร้างความสุขและเงินทอง ถ้าเราไปแล้วมีแฟนคลับที่รักเรา แม้จะไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่อยากกลับไปมีความสุขเราจะไป แต่ถ้าให้ไปแล้วไปเจออะไรที่ดราม่า คิดว่าเราอาจจะคิดรอบคอบไม่เพียงพอ ถ้าให้รับคงอาจจะยัง”

ขอบคุณภาพจาก:mike_pattaradet