เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน เนื่องจากเงินอุดหนุนอาหารกลางวันดังกล่าวของโรงเรียนเอกชนยังไม่ครบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ประสบภาวะทุพโภชนาการและนักเรียนขาดแคลน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) จึงได้นำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา เพื่อจัดตั้งคำขอเป็นงบประมาณกลางในปีงบประมาณ 2569 โดยจะมีนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวัน จำนวน 505,120 คน คิดเป็นร้อยละ 39.12 ของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคลทั้งหมด จำนวน 1,291,107 คน โดยจะจัดสรรให้เฉพาะนักเรียนในโรงเรียนการกุศลทุกคน นักเรียนที่ประสบภาวะทุพโภชนาการ และนักเรียนขาดแคลน ซึ่งจะได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2569 จำนวน 2,253,350,000 บาท อีกทั้งในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สช. ก็จะขอตั้งบประมาณสำหรับเงินอุดหนุนส่วนนี้เพิ่มประมาณ 3,900,000,000 บาท
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงร่าง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. … หลังจากที่ สช. มีการจัดทำประชาพิจารณ์ของการทำกฎหมายเอกชนฉบับดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. นี้ สช. จะเสนอกฎหมายดังกล่าวมาให้ตนลงนาม เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และจากนั้นก็จะได้นำร่าง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. … เข้าสู่ระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป สำหรับประเด็นการแก้ไขกฎหมายโรงเรียนเอกชนนั้น มีการแก้ไขในหลายมาตรา เพราะกฎหมายที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มีความล้าสมัย ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการจะขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาเอกชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เราจึงต้องมาปรับแก้กฎหมายโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานมากขึ้น



