เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 นายสนั่น พระทน อายุ 66 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีต ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยคณะกลุ่มข้าราชการบำนาญ และกลุ่มผู้สูงวัย ใน จ.ศรีสะเกษ รวมตัวกันร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน โดย นายสนั่น กล่าวว่า ตนและกลุ่มเพื่อนข้าราชการบำนาญ และชาวบ้านทั่วไป ถูก นายเอ (นามสมมุติ) อดีต ผอ.โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.ศรีสะเกษ เกษียณอายุราชการ ซึ่งภูมิลำเนาเป็นชาว จ.ยโสธร หลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวทิพย์ โปรแกรมเที่ยวทะเล จ.ระนอง, จ.พังงา และจ.ตรัง 4 คืน 5 วัน ในราคา 6,500 บาท จำกัดจำนวนครั้งละ 52 คน โดยผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจทัวร์ดังกล่าว จะต้องโอนเงินเต็มจำนวนเพื่อจองที่นั่งให้กับนายเอ

ปรากฏว่ามีผู้สนใจโอนเงินจองเต็มจำนวน ทั้ง 52 คน รวมเป็นเงิน จำนวน 338,000 บาท แต่พอใกล้ถึงวันเดินทางก็ขอเพิ่มอีกคนละ 1,400 บาท รวมเป็นเงิน คนละ 7,900 บาท โดยกำหนดเดินทางในวันที่ 20-26 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา พอถึงกำหนดเดินทาง นายเอ ก็ขอเลื่อนวันเดินทางออกไปเป็นวันที่ 8-12 พ.ค. 2569 พอถึงกำหนดเวลาเดินทาง ก็อ้างว่าไม่พร้อมอีก ทุกคนจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว จึงพากันแจ้งขอเงินคืน แต่ทาง นายเอ เจ้าของทัวร์ ไม่ยอมคืนเงินให้ โดยอ้างว่า จำนวนเงินดังกล่าว สามารถนำไปไว้ใช้เป็นส่วนลดในทริปต่อไปได้ โดยใช้หักเป็นส่วนลดในทริปหน้าได้ ครั้งละ 1,000 บาท จนกว่าเงินจำนวนที่ค้างจะหมด และตนยังทราบอีกว่ายังมีผู้เสียหายที่โดนหลอกลักษณะเดียวกันนี้ใน จ.ศรีสะเกษ อีกเป็นจำนวนมาก คาดว่าความเสียหายเกินกว่า 1 ล้านบาท

จึงอยากร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน เพื่อเป็นสื่อกลางในการเสนอข่าว เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัย ไม่ให้ถูกบุคคลดังกล่าวหลอกลวงได้อีก โดยเบื้องต้นได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเสนอต่ออธิบดีกรมการท่องเที่ยว รวมถึง สคบ. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการตรวจสอบ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงกลุ่มข้าราชการบำนาญ ที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าวโดยเร็วด้วย

ด้าน นางทองสุก คำโสภา อายุ 75 ปี ประธานชุมชนศรีมงคล เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเคยซื้อโปรแกรมทัวร์ครั้งแรกกับ นายเอ เมื่อปีก่อน ไปเที่ยวภูเก็ต ในราคา 7,900 บาท แต่โปรแกรมเที่ยวไม่ตรงปก ตามที่เขาแจ้งประชาสัมพันธ์ไว้ เช่น บอกว่าพักห้องละ 2 คน กลับได้นอนพักห้องละ 5 คน จนจบทริป นั่งรถทัวร์ข้ามวันหลายชั่วโมง ระยะทางเกือบ 1,000 กม. ไปถึงได้ดูแค่เพียงสะพานสารสินอย่างเดียว แล้วก็พากลับ มันไม่ตรงปก เท่ากับนั่งรถไปดูแค่สะพาน
ยิ่งโปรแกรมที่ตนรู้สึกผิดหวังที่สุดก็คือ โปรแกรมเที่ยวจันทบุรี บอกพาไปกินปู ดูเหยี่ยว ชมสวนดอกไม้ที่ จ.ระยอง แต่พอถึงเวลาบอกตัดโปรแกรมชมสวนดอกไม้ออก หลังรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็มาบอกว่าไม่ได้ไปดูเหยี่ยวแล้ว เป็นอันว่าทั้ง 2 รายการ ถูกตัดออก รู้สึกผิดหวังเสียความรู้สึกมาก เพราะวัตถุประสงค์ที่ซื้อทัวร์คือต้องการไปดูเหยี่ยว ดูดอกไม้ แต่กลับไม่ได้ดูทั้ง 2 อย่าง

โดยราคาทัวร์ขณะนั้นเขาคิดราคา คนละ 1,980 บาท พอใกล้วันเดินทางเขาบอกน้ำมันแพงขอเพิ่มอีกคนละ 500 บาท รวมเป็น 2,480 บาท ตกเย็นเจ้าของทัวร์พากินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง หมูกระทะ ราคาหัวละ 399 บาท ตนก็คิดว่าถ้าจะกินปิ้งย่างหมูกระทะ ศรีสะเกษเราก็มี สิ่งที่เราต้องการคือโปรแกรม กินปู ดูเหยี่ยว แต่กลับไม่ได้กินปูทะเล ได้กินเป็นปูนาตัวเล็ก ๆ นิดเดียว พอถึงวันขากลับ ก็บอกรถน้ำมันหมดต้องขอเก็บเงินค่ารถเพิ่ม เพื่อเติมน้ำมันกลับ ถ้าไม่ช่วยกันออกเงิน ก็จะกลับบ้านไม่ได้ ทุกคนจำยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มเติมอีก
ล่าสุด เมื่อช่วงเดือน เม.ย. 2568 นายเอ ขายโปรแกรมเที่ยวเกาะกูด คนละ 4,900 บาท ตนก็โอนจองเต็มจำนวน พอถึงวันเดือนทางในช่วงเดือน ต.ค. 2568 ก็บอกเลื่อนไม่ได้เดินทาง อ้างปัญหาสู้รบชายแดน ขอเลื่อนไปในเดือน ธ.ค. 2568 พอถึงวันก็บอกไม่ได้ไปอีก พร้อมประกาศให้ลูกทัวร์ที่ซื้อโปรแกรมไว้แล้วไม่ได้เดินทาง สามารถย้ายโปรแกรมทัวร์ได้ แต่จนถึงวันนี้ตนก็ยังไม่ได้ไป เงินก็ไม่ได้คืน ซึ่งในตอนนี้เขายังประกาศขายโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ แบบจองข้ามปีไว้แล้วหลายโปรแกรม จึงเกรงว่าจะมีประชาชนหลงเชื่อโอนเงินซื้อทัวร์ทิพย์ ซึ่งอาจสูญทั้งเงิน แถมยังไม่ได้เที่ยวเหมือนกับที่ตนและคณะเจออยู่ในปัจจุบันนี้ พร้อมเรียกร้องให้ นายเอ ออกมารับผิดชอบคืนเงินลูกทัวร์ทั้งหมด และให้เลิกทำพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนเช่นนี้.



