สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองชรีฟพอร์ต รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่าบทสัมภาษณ์และเอกสารกลยุทธ์ภายในที่เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้รับ ระบุว่า ผู้บริหารของแอมะซอนเชื่อว่า บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการทำงาน ซึ่งหมายถึงการแทนที่งานกว่าครึ่งล้านตำแหน่งด้วย “หุ่นยนต์”
นับตั้งแต่ปี 2561 จำนวนลูกจ้างของแอมะซอนในสหรัฐ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเป็นเกือบ 1.2 ล้านคน
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติจะช่วยหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงานมากกว่า 160,000 คนในสหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนที่จำเป็นต้องจ้างภายในปี 2570 โดยจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.8 บาท) ต่อสินค้าแต่ละรายการ
Amazon, the second largest employer in the U.S., aims to replace more than half a million jobs with robots, internal documents show. https://t.co/jzxzhcMmfo
— The New York Times (@nytimes) October 21, 2025
เมื่อปี 2567 ผู้บริหารเคยแจ้งต่อคณะกรรมการบริหารของแอมะซอนว่า ระบบอัตโนมัติจะช่วยให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการเพิ่มจำนวนพนักงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้พวกเขาคาดว่า จะสามารถขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้เป็น 2 เท่าภายในปี 2576 ก็ตาม
เอกสารแสดงให้เห็นว่า ทีมหุ่นยนต์ของแอมะซอน มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านเป็นการดำเนินงานแบบอัตโนมัติถึง 75% แต่รายงานดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงคำว่า “ระบบอัตโนมัติ” และ “ปัญญาประดิษฐ์” เมื่อกล่าวถึงหุ่นยนต์ โดยใช้คำว่า “เทคโนโลยีขั้นสูง” หรือ “โคบอต” แทนคำว่า “หุ่นยนต์”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า หากแผนเหล่านี้ประสบความสำเร็จ อาจถือเป็นการ “ทำลายงาน” ไม่ใช่การสร้างงาน
ด้านแอมะซอนออกมาโต้แย้งว่า เอกสารฉบับดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ และบริษัทมีแผนจะจ้างพนักงาน 250,000 คน ในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



