สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่าน.ส.อนาอิส เลอแกนด์ เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านภัยคุกคามจากเชื้อไวรัสขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบสวนการแพร่ะบาดของโรคอีโบลา จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว เพื่อระบุให้แน่ชัดว่า การระบาดครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใดและที่ไหน


ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากขนาดของการระบาด ดับเบิลยูเอชโอคาดการณ์ ว่าการแพร่ระบาดของโรคน่าจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้ว และมีแนวโน้มสูงมากว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ดับเบิลยูเอชโอประกาศให้การแพร่ระบาดของสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ซึ่งพบได้ยากและยังไม่มีวัคซีนป้องกันในปัจจุบัน เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธาณสุขระหว่างประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกำลังสร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดาผู้เชี่ยวชาญอย่างมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสได้แพร่กระจายในพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นเป็นเวลานานโดยไม่มีใครตรวจพบ ส่งผลให้การติดตามตัวและกักกันผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง


ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอเคยระบุว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้มี “ช่องว่างในการตรวจพบ” นานถึง 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ผู้ป่วยคนแรกเริ่มมีอาการ จนมีการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการ


นับตั้งแต่มีการยืนยันเคสแรก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยราว 600 คน และมีผู้เสียชีวิตทีเข้าข่ายอย่างน้อย 139 คน เชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียวมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40% ตอนนี้ดับเบิลยูเอชโออยู่ระหว่างพิจารณาวัคซีนที่มีแนวโน้มเป็นไปได้ 2 ชนิด แต่อาจต้องใช้เวลาพัฒนาอีกราว 3 ถึง 9 เดือน.

เครดิตภาพ : REUTERS