เควิน คีแกน ตำนานดาวยิง และอดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 75 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าตัวเปิดเผยเมื่อเดือนพ.ค.ว่า ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
“ดิ แอธเลติก” สื่อเจ้าดัง รายงายว่า คีแกน เปิดเผยเมื่อเดือนม.ค.ว่า ตัวเขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งไม่ได้มีการระบุชนิดโดยบังเอิญ หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และมีอาการปวดในช่องท้องทำให้ต้องเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเมื่อปีก่อน
จากนั้นเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา “คิงเคฟ” จึงปรากฏตัวที่โรงละคร ไทน์ เธียเตอร์ แอนด์ โอเปราเฮาส์ ในเมืองนิวคาสเซิล และประกาศต่อหน้าผู้ชมว่า กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่รุนแรงที่สุด และมีการกระจายตัวไปยังอวัยวะต่าง ๆ แล้ว
กระทั่งล่าสุด ครอบครัวคีแกน จึงออกมายืนยันข่าวร้ายเรื่องการจากไปของ อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ, ลิเวอร์พูล และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า เควิน คีแกน ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 75 ปี เควิน ได้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง และมีภรรยาพร้อมกับลูกสาวอยู่เคียงข้างในวาระสุดท้ายของชีวิต”
“เควิน เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2 สมัย คือสามี, คุณพ่อ และคุณตาผู้เป็นที่รัก ครอบครัวของเราขอขอบคุณทีมแพทย์ที่ยอดเยี่ยมของ เควิน สำหรับการดูแลเป็นอย่างดี นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่ง และครอบครัวของเราอยากขอความเป็นส่วนตัวด้วย”
ด้าน นิวคาสเซิล และ ลิเวอร์พูล 2 สโมสรที่ คีแกน เคยค้าแข้งด้วยก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าตัวด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ คีแกน เคยลงเล่นให้กับทีมดังหลายแห่งไล่ตั้งแต่ สคันธอร์ป ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, ฮัมบวร์ก, เซาแธมป์ตัน และ นิวคาสเซิล ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมหลังแขวนสตั๊ด โดยเคยคุมทั้ง นิวคาสเซิล, ฟูแลม, ทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี
สมัยยังค้าแข้ง คีแกน ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ร่วมกับ ลิเวอร์พูล 3 สมัย, แชมป์ยูโรเปียน คัพ 1 สมัย, แชมป์ ยูฟ่า คัพ 2 สมัย และแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย ระหว่างปี 1971-1977
จากนั้น คีแกน จึงย้ายไปเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมนี กับ ฮัมบวร์ก และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัล บัลลงดอร์ มาครองได้ 2 สมัยติดต่อกันในปี 1978 และ 1979
นอกจากนี้ คีแกน ยังลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ 63 นัด ทำไป 21 ประตูระหว่างปี 1972 ถึง 1982 และก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม “สิงโตคำราม” ระหว่างเดือนก.พ.ปี 1999 ถึงเดือนต.ค.ปี 2000.
ภาพ gettyimages



