สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่าสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) กล่าวในรายงานฉบับใหม่ว่า อาชญากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังแซงหน้าการปราบปราม ด้วยการกระจายแหล่งรายได้ ใช้ประโยชน์จากการทุจริต และปัญญาประดิษฐ์

รายงานดังกล่าวประเมินว่า ความเสียหายจากการฉ้อโกงทั่วเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อยู่ที่ระหว่าง 88,300-114,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.96-3.83 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของหลายประเทศในภูมิภาคนี้

ยูเอ็นโอดีซีระบุว่า มีผู้คนจากอย่างน้อย 80 ประเทศและดินแดน ถูกพบในศูนย์หลอกลวงทั่วภูมิภาค โดยเครือข่ายการสรรหาบุคลากรในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มากไปกว่านั้น พวกเขากำลังมองหาผู้ร่วมงานจากนอกเอเชียมากขึ้น เพื่อขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ ขณะที่โฆษณารับสมัครงานมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีทักษะภาษาเยอรมัน โปแลนด์ ดัตช์ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส สวีเดน นอร์เวย์ และอังกฤษ

แรงกดดันจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในภูมิภาค ไม่ได้ทำลายล้างอาชญากรรม แต่ทำให้กลุ่มต้องย้ายถิ่นฐาน โดยพวกเขาได้ย้ายจากเมียนมาและลาว ไปยังติมอร์ตะวันออก รัฐหมู่เกาะแปซิฟิก และบางส่วนของแอฟริกา ขณะเดียวกัน ก็ใช้กลยุทธ์การเลือกเขตอำนาจศาล เพื่อหาที่ที่มีการปกครอง และกฎระเบียบที่อ่อนแอ

นอกเหนือจากการใช้เอไอเชิงสร้างสรรค์แล้ว คาดว่ากลุ่มอาชญากรจะนำ “เอไอเอเจนต์” หรือผู้ช่วยเอไอ มาใช้ เพื่อระบุเหยื่ออย่างเป็นอิสระมากขึ้น ดำเนินการรณรงค์ทางสังคม และอำนวยความสะดวกในการขโมย และการฟอกคริปโตเคอร์เรนซี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS