สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับกรณีล่วงละเมิดที่มีการใช้แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ “Grok” เป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อเหตุ จนทำให้เหยื่อสาวประสบภาวะที่เหมือนเป็นฝันร้ายครั้งใหญ่ และทำให้เธอตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัท xAI ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาแชตบอต Grok 

เรื่องราวสะเทือนขวัญของเหยื่อสาวที่ใช้นามสมมุติว่า “เจน โด หมายเลข 4” เริ่มต้นขึ้นเมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของพ่อเลี้ยงของเธอในรัฐไวโอมิงช่วงต้นปีนี้ ตามหมายค้นสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และอีกสองวันต่อมา พ่อเลี้ยงรายนี้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองในรถยนต์

หลังจากนั้น เจน ก็พบความจริงอันน่าหวาดผวาว่า พ่อเลี้ยงของเธอใช้ Grok แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท xAI ดัดแปลงรูปถ่ายของเธอในวัย 11 ขวบ ขณะนอนบนโซฟาโดยสวมเสื้อยืดตัวใหญ่เป็นภาพโป๊เปลือย โดยมีภาพหนึ่งเขียนคำบรรยายว่า “พ่อเลี้ยงข่มขืนเธอ”

จากภาพถ่ายวัยเด็กเพียงใบเดียวของเธอ กลายเป็นภาพอนาจารปลอมที่สมจริงมากกว่า 7,000 ภาพ เท่านั้นยังไม่พอ เขายังนำภาพเหล่านี้ไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนบนโลกออนไลน์อีกด้วย

“ชีวิตของฉันเคยเป็นปกติมากๆ แต่ไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น มันคือฝันร้ายที่กลายเป็นจริง” เจน หมายเลข 4 กล่าว ด้วยเหตุนี้ เธอได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับวัยรุ่นรายอื่นที่ตกเป็นเหยื่อในการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่มต่อ xAI ในศาลแคลิฟอร์เนีย โดยอ้างอิง “กฎหมายมาชา” (Masha’s Law) ซึ่งเป็นกฎหมายแพ่งเพื่อการเยียวยาเหยื่อจากการถูกละเมิดทางเพศและภาพอนาจารเด็ก เพื่อฟ้องเอาผิดบริษัทในข้อหาประมาทเลินเล่อ ออกแบบผลิตภัณฑ์บกพร่อง และผลิต-เผยแพร่สื่ออนาจารเด็ก

การฟ้องร้องเกิดขึ้นหลังจาก มัสก์ ตัดสินใจเมื่อปีที่แล้วที่จะทำให้ xAI แตกต่างจากบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่อื่นๆ โดยส่งเสริมให้ใช้ Grok สร้างเนื้อหาทางเพศ เขาอวดความสามารถของแชตบอตในการสร้างและดัดแปลงภาพกับวิดีโอ โดยการโพสต์ภาพหญิงสาวในลักษณะเชิญชวนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์

ทั้งนี้ xAI ยังคงไม่แสดงความเห็นใดๆ และยังไม่ได้ชี้แจงต่อศาล ขณะที่ มัสก์ เคยกล่าวว่า ควรอนุญาตให้ Grok สร้างภาพที่มี “ภาพเปลือยท่อนบนของมนุษย์ผู้ใหญ่ในจินตนาการ” คล้ายกับภาพยนตร์เรตอาร์

คดีนี้สะท้อนพิษภัยของเทคโนโลยีเจเนอเรทีฟ เอไอ และเครื่องมือประเภทที่สร้างภาพเปลือยได้ เช่น คำสั่งให้ “ถอดเสื้อผ้า” คนในภาพ ซึ่งกลายเป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพของระบบฐานข้อมูลลายนิ้วมือดิจิทัลเพื่อตรวจจับภาพอนาจารเด็กโดยอัตโนมัติที่ทางศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกแสวงหาประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NCMEC) ใช้อยู่เดิม เนื่องจากภาพอนาจารที่เผยแพร่เหล่านี้เป็นภาพที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้ xAI ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการส่งเบาะแสที่ไม่ครบถ้วนแก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงปฏิเสธการส่ง IP Address ของผู้ต้องสงสัยและส่งรายงานของคดีนี้ไปยังเจ้าหน้าที่คนละรัฐ ทำให้เกิดความล่าช้าในการจับกุมตั้งแต่แรก ขณะที่ตัวบริษัทเองกลับยื่นฟ้องคัดค้านกฎหมายห้ามสร้างภาพโป๊เปลือยจากเอไอ โดยอ้างสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

“การเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างไร้ขีดจำกัดกำลังแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมาก มันกำลังกัดกินชีวิตประจำวันของผู้คนและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก” เจน หมายเลข 4 เตือนถึงภัยใกล้ตัว

ปัจจุบัน เหยื่อสาวต้องเผชิญกับภาวะสะเทือนขวัญทางจิตใจอย่างรุนแรง ต้องเข้ารับการบำบัด และแบกรับภาระทางการเงินของครอบครัว โดยเธอยอมรับว่า “ฉันต้องมีชีวิตอยู่กับเรื่องนี้ทุกๆ วัน ฉันคงโกหกถ้าบอกว่าฉันไม่ได้มีความคิดอยากจบชีวิตตัวเองอย่างรุนแรง” 

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : washingtonpost.com

เครดิตภาพ : REUTERS