นายศุภกร รัตนวราหะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 135,000 คัน เติบโตประมาณ 2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยรถยนต์รุ่น Land Cruiser FJ ที่เปิดตัวไป มียอดจองรวม 3,200 คัน ส่งมอบแล้ว 1,800 คัน และมียอดส่งออกอยู่ที่ 18,000 คัน ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเยี่ยม และได้ย้ำว่าราคาพิเศษที่จำหน่ายจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนส.ค.นี้ หลายจากนั้นจะปรับราคาขึ้นอีกคันละ 20,000 บาท

ในส่วนของรถยนต์กลุ่มไฮบริดที่เราใช้โลคัล คอนเทนในประเทศ 60-70% ทำยอดขายได้ 42,000 คัน เติบโต 13% โดยมีสัดส่วนการส่งออกในอัตราที่เท่ากัน กลยุทธ์ของเราคือลูกค้าต้องมาเป็นอันดับ 1 และลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราดูแลครบวงจรตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการส่งมอบให้ลูกค้า แม้กระบวนการผลิตจะทำได้อย่างรวดเร็ว แต่เราให้ความสำคัญกับการทดสอบเป็นเวลานาน เพื่อให้มั่นใจว่ารถโตโยต้ามีความทนทานและคุ้มค่าที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

โตโยต้ามุ่งมั่นพัฒนาเครื่องยนต์ที่หลากหลายและใช้เวลาทดสอบความทนทานอย่างเข้มข้น พร้อมผนึกกำลังกับโตโยต้า ลีส ซิ่ง ช่วยสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถในฝันได้อย่างสบายใจ มีกำลังซื้อที่ตอบโจทย์ พร้อมทั้งมีทีมงานบริการหลังการขายดูแลตลอดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าดูแลลูกค้าด้วย Ecosystem ที่ครบวงจร มีศูนย์บริการมาตรฐาน 450 แห่ง ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง 250 แห่ง และมีช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 25,000 คน พร้อมนโยบายดูแลต่อเนื่องนับจากรถรุ่นที่หยุดผลิตไปแล้วมีอะไหล่อย่างน้อยขั้นต่ำ 15 ปี

ในส่วนของการดูแลลูกค้าระยะยาว โตโยต้ายังมีแพ็กเกจบริการและทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น Eco Pack ที่มีราคาถูกกว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องปกติประมาณ 20-30% สำหรับรถอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป มีอะไหล่ทางเลือกกว่า 50 SKU ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยราคาแทบไม่ต่างจากราคาท้องตลาดทั่วไป รวมถึงโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องสูงสุด 8 ปี เช่น โตโยต้าแคร์, โตโยต้าแคร์ Phyd และโปรแกรม TCFR พร้อมระบบสะสมคะแนนพอยต์สำหรับการใช้จ่ายในศูนย์บริการ



