เมื่อวันที่ 21 ส.ค.69 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์  รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่อ.ปัว จ.น่าน ติดตามสถานการณ์และสั่งการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยแบบครบทุกมิติ โดยระดมกำลังจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ทั้งเครื่องจักร รถบรรทุกน้ำ กำลังคน และทรัพยากรที่จำเป็น เข้าสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำหนดเป้าหมายให้การฟื้นฟูเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุดสำหรับพื้นที่ ต.ปัว ได้รับผลกระทบรวม 11 หมู่บ้าน โดยบางจุดถนนได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีถนนขาดเป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร และมีความสูงของแนวถนนประมาณ 4 เมตร จนไม่สามารถสัญจรได้  จึงได้เร่งระดมเครื่องจักรและกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าฟื้นฟู พร้อม ขีดเส้น 7 วัน ให้เร่งดำเนินการในส่วนของเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้กลับมาใช้การได้โดยเร็วที่สุด เพราะถนนคือเส้นทางสำคัญที่ประชาชนใช้เดินทางและเป็นช่องทางในการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด สั่งการให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระดมเครื่องจักรและรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ เข้าพื้นที่ โดยนำน้ำจาก อ่างเก็บน้ำนิวซีแลนด์ มาใช้สนับสนุนภารกิจทำความสะอาดบ้านเรือน ขณะเดียวกัน ให้ อบต.ในพื้นที่และ อบต.ข้างเคียง ระดมรถบรรทุกน้ำ เข้ามาช่วยแบ่งจ่ายน้ำและสนับสนุนภารกิจฉีดล้างโคลน ทำความสะอาดบ้านเรือนให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถฟื้นฟูบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ทางด้านระบบสาธารณูปโภค ให้ผู้นำในแต่ละพื้นที่เร่งสำรวจ ระบบประปาหมู่บ้าน และประสานช่างจากการประปาส่วนภูมิภาคเข้าตรวจสอบและเร่งฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว ส่วนระบบไฟฟ้า ในจุดที่มีปลั๊กหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ต้องตรวจสอบความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟกลับเข้าระบบ พร้อมกำชับหน่วยงานไฟฟ้าเร่งดำเนินการฟื้นฟูและจ่ายไฟในพื้นที่ที่มีความพร้อมโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ได้จัด รถผลิตไฟฟ้าและรถชาร์จไฟเคลื่อนที่ ลงให้บริการบริเวณที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อให้ประชาชนสามารถนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์จำเป็นมาชาร์จไฟได้ โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำ ปลั๊กสามตาและสายชาร์จของตนเอง มาใช้บริการ เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างทั่วถึง

“ขอให้พื้นที่ดูแลเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างดีที่สุด ทั้ง ข้าว น้ำ อาหาร และที่พัก โดยกำชับว่าคนที่มาช่วยต้องดูแลให้เหมือนลูกเหมือนคนในครอบครัว” เพราะทุกคนคือกำลังสำคัญในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชน หากทรัพยากรที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ขอให้พื้นที่รายงานขึ้นมาทันที เพื่อจัดกำลัง เครื่องจักร และสิ่งของที่จำเป็นเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม  บอกผมได้เลย ผมรอฟังอยู่ว่าอยากได้อะไร  ขณะนี้มีอาหารเตรียมพร้อมจากทางกรุงเทพฯ จำนวน 2 คัน เพื่อเร่งลำเลียงส่งมายังจ.น่าน และจะระดมทุกเครื่องจักรที่มี เข้ามาสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูอย่างเต็มกำลัง” รมช.มหาดไทย กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่  รมช.มหาดไทย ได้ขี่รถจักรยานยนต์วิบาก ติดตามเจ้าหน้าที่และกำนัน เพื่อเข้าถึงจุดที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางสภาพเส้นทางที่ได้รับความเสียหายและการเดินทางที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ก่อนตรวจสอบสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาจากผู้นำและประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ รมช.มหาดไทย  ได้สั่งการเร่งด่วนในพื้นที่ บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ 4 ต.วรนคร อ.ปัว หลังได้รับรายงานจากกำนัน ว่า ปริมาณน้ำใน “ลำน้ำขว้าง” ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำจำนวนมากจนกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลออกจากแนวทางน้ำหลัก ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดย “ลำน้ำขว้าง”มีเส้นทางไหลไปรวมกับ “ลำน้ำปัว” ก่อนจะไหลต่อไปยังแม่น้ำน่าน  จึงสั่งการให้เร่งกั้นแนวป้องกันหรือทำคันกั้นน้ำ เพื่อปรับและบังคับทิศทางกระแสน้ำให้กลับเข้าสู่ทางน้ำหลัก ลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าชุมชน และเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้าน เพื่อทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนได้โดยเร็ว.