วันนี้ (21 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีเด็กหญิงวัย 5 ขวบจากทางภาคเหนือของจีนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังจากกลืนทองแท่งน้ำหนัก 50 กรัม ความยาว 4 เซนติเมตร ลงท้องโดยอุบัติเหตุขณะเล่นอยู่ที่บ้าน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

กรณีของเด็กหญิงกลืนทองในครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยโดยโรงพยาบาลเด็กปักกิ่ง ซึ่งระบุว่า ผลเอกซเรย์ร่างกายของหนูน้อย พบทองแท่งติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารของเธอ ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤต เนื่องจากทองคำเป็นวัตถุที่มีความหนาแน่นสูง มีผิวสัมผัสแข็ง จึงอาจขูดขีดผนังกระเพาะอาหารจนเกิดการฉีกขาด มีเลือดออกรุนแรง หรือกระเพาะทะลุได้ 

ก่อนที่มาถึงโรงพยาบาล ครอบครัวได้พาเด็กหญิงไปคลินิกหลายแห่ง แต่ไม่มีเครื่องมือส่องกล้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์จึงตัดสินใจเร่งทำหัตถการส่องกล้องและใช้อุปกรณ์คีบทองแท่งออกมาทางปากได้สำเร็จในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะนี้เด็กหญิงปลอดภัยแล้ว และกำลังฟื้นตัวได้ดี

ทีมแพทย์ได้ออกมาย้ำเตือนผู้ปกครองให้เก็บของแข็งและวัตถุอันตรายให้พ้นมือเด็ก  พร้อมแนะนำว่าหากเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอมลงคอ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ควรใช้วิธีพื้นบ้านอย่างการให้ดื่มน้ำส้มสายชูหรือก้อนข้าวเหนียวเพื่อดันสิ่งแปลกปลอมลงไป เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากกว่าเดิม

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงและไวรัลมุกตลกในโลกออนไลน์ของจีน โดยชาวเน็ตจำนวนมากตั้งข้อสังเกตถึงความร่ำรวยของครอบครัวที่ปล่อยให้เด็กจับต้องทองแท่งได้ง่ายๆ พร้อมกับแซวว่า หนูน้อยได้ทำตามฉายา “ทุนจินโซ่วสองขา” (อสูรกลืนทองสองขา) อย่างแท้จริง 

คำว่า ทุนจินโซ่ว ซึ่งหมายถึงอสูรกลืนทองหรืออสูรดูดทรัพย์ เป็นคำที่พ่อแม่ชาวจีนยุคใหม่ใช้เรียกลูกๆ เพื่อเปรียบเปรยถึงภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกที่เป็นเงินจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ ยังนำไปใช้เรียกสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงดูอย่างดีว่าเป็น “อสูรกลืนทองสี่ขา” เช่นกัน

เรียยเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : QQ.com