วานนี้ (19 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการศึกษาล่าสุดจากประเทศจีนซึ่งระบุว่า นักเรียนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ “เอไอ” ช่วยทำการบ้าน สามารถทำคะแนนได้ดีขึ้นและทำเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว แต่เมื่อถึงเวลาสอบ นักเรียนเหล่านี้กลับทำคะแนนสอบได้แย่กว่าผู้ที่ทำการบ้านหรือรายงานด้วยวิธีแบบดั้งเดิม

การศึกษาครั้งนี้เป็นโครงการที่ทำร่วมกันระหว่าง เดวิด สตรอมเบิร์ก จากมหาวิทยาลัยสต็อกโฮล์ม กับ วิกเตอร์ ลี และ อู๋เหยียนฮุย จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง พวกเขาพบว่า หลังจากผ่านไป 6 เดือน นักเรียนที่ใช้เอไอช่วยทำงาน มีคะแนนการบ้านเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 5 (18%) ในทุกรายวิชา ขณะเดียวกัน นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ก็รายงานว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านแต่ละชิ้นลดลงจาก 64 นาที เหลือเพียง 45 นาที

แต่เมื่อถึงการสอบ ผลวิจัยกลับชี้ว่า นักเรียนที่ใช้เอไอช่วยทำการบ้าน ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่ได้ใช้เอไอเป็นผู้ช่วยถึง 20%

บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่ผู้เรียนใช้เอไอช่วยทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ อาจส่งผลกระทบในแง่ที่ว่า คะแนนการบ้านของนักเรียนที่ได้สูงๆ นั้น ไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดได้ว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียนซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการสอบแค่ไหน

งานวิจัยฉบับนี้ติดตามผลจากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนอายุ 12 – 18 ปี จำนวน 27,000 คนในจีน ซึ่งเป็นประเทศที่อัตราการเปิดรับเอไออย่างแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยประมาณ 80% ของกลุ่มตัวอย่างยอมรับว่าใช้เอไอสัญชาติจีนอย่าง โต้วป้าน และ ดีปซีค ขณะที่อีก 20% ที่เหลือเป็นกลุ่มที่ถูกควบคุม ไม่ให้ใช้เอไอในการทำการบ้าน

สำหรับประเทศทางซีกโลกตะวันตก การใช้เอไอยิ่งแพร่หลายหนักกว่าเดิม โดยผลสำรวจเมื่อปีที่แล้วจากบริษัทเชกก์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการศึกษา พบว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐราว 80-90% ในอังกฤษ 94% และในเยอรมนี 93% ยอมรับว่าใช้เอไอช่วยในการเรียน

อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากงานวิจัยไม่ได้บ่งชี้ว่าเอไอเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับนักเรียนนักศึกษาเสมอไป

งานวิจัยใหม่อีกชิ้นหนึ่งได้ทดลองให้นักศึกษาที่วิทยาลัยมิดเดิลเบอรี ในรัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา เรียนบทเรียนใหม่ที่นักศึกษาไม่เคยรู้เนื้อหามาก่อน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ใช้และไม่ใช้แชตบอตเอไอเป็นตัวช่วย 

งานวิจัยของ ซารา คอนแทรคเตอร์ และ เจอร์แมน เรเยส ชิ้นนี้พบว่า กลุ่มนักศึกษาที่ใช้เอไอช่วยในการเรียน สามารถทำคะแนนสอบได้สูงกว่ากลุ่มที่มีการควบคุม ไม่ให้ใช้เอไอ และยังคงทำคะแนนได้สูงกว่าเช่นเดิมเมื่อให้ทำแบบทดสอบซ้ำในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา

“เอไอสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ แต่จะส่งผลดีเฉพาะกับผู้ที่ใช้เทคโนโลยีนี้อย่างชาญฉลาดเท่านั้น” รายงานจาก ดิ อีโคโนมิสต์ สรุปไว้ “นักเรียนนักศึกษาต้องหักห้ามใจ ไม่รีบนำคำตอบที่สร้างจากเอไอมาใช้ก่อนที่จะได้ใช้ความคิดไตร่ตรองด้วยตนเอง”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ :  Engin Akyurt from Pixabay