สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่สนับสนุนอิหร่าน หรือให้ “ความช่วยเหลือในรูปแบบใดก็ตาม” แก่รัฐบาลเตหะราน


ทรัมป์กล่าวว่า ประเทศใดที่เปิดทางให้สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาล ให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน จะต้องเผชิญ “ผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าจะใช้มาตรการใดเป็นการเฉพาะ และไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใด แต่ระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมรู้ตัวดี


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะเริ่มปฏิบัติการทางเศรษฐกิจซึ่ง “รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยใช้กับประเทศใดก็ตามบนโลก” และสหรัฐจะเอาผิดประเทศที่เปิดทางให้มีการลักลอบขนน้ำมัน การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงิน การโอนเงินสด และการดำเนินงานผ่านบริษัทบังหน้าเพื่อช่วยเหลืออิหร่าน


นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐจะเพิ่มแรงกดดันทางการเงินต่ออิหร่าน ขณะที่การเจรจาเพื่อยุติสงครามยังคงหยุดชะงัก หลังบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน ผ่านพ้นกำหนด 60 วัน ไปตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา


การปรับเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์เปิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า สถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน “กำลังไปได้ดี” และการเจรจากับรัฐบาลเตหะรานอาจกลับมาเปิดขึ้นอีกครั้ง “สักวันหนึ่ง”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS