สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์กับอิหร่าน ว่า ณ เวลานี้ ไม่มีการเจรจาหรือการติดต่อกันในทุกช่องทาง และไม่มีแผนที่จะจัดการเจรจา
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่า การปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านยังมีผลอย่างเต็มรูปแบบ และช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานแล้ว โดยทุ่นระเบิดทางทะเลทั้งหมดถูกนำออกหรือทำลายแล้ว


อย่างไรก็ตาม นายจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนเจรจาพิเศษของสหรัฐ และเป็นบุตรเขยของทรัมป์ด้วย เพิ่งกล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านยังดำเนินอยู่ และมีความคืบหน้ามากกว่าที่เคยเป็นมา


ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ที่สหรัฐกับอิหร่านลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เพื่อจัดทำข้อตกลงที่ครอบคลุมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ครบกำหนดกรอบเวลา 60 วันแล้ว เมื่อวันที่ 17 ส.ค. และทรัมป์ยืนยันจะไม่ขยายเวลา


ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังปรับท่าทีทางทหารเป็น “เชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ” เนื่องจากภาวะชะงักงันทางการทูต และย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ แม้ยังไม่มีรายงานการโจมตีระลอกใหม่จากฝ่ายใด


นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดยังส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) ตรวจพบขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่าน โดยเชื่อว่าเป็นการมุ่งเป้าไปยังการเดินเรือ แต่ขีปนาวุธทั้งสองลูกตกลงในทะเล


นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการด้านการเดินเรือของสหราชอาณาจักร ( ยูเคเอ็มทีโอ ) รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ระหว่างแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ห้องเครื่องได้รับความเสียหาย และมีลูกเรือได้รับผลกระทบ 1 คน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS