สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซองนัม ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า วันศุกร์ที่ 3 ของ “บกนัล” (boknal) หรือวันร้อนที่สุดของปี 2569 ถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่การห้ามเพาะพันธุ์ ฆ่า และขายสุนัข เพื่อเป็นอาหารทั่วประเทศ จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. ปีหน้า

ตลาดโมรันในเมืองซองนัม ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการขายเนื้อสุนัขที่โด่งดังที่สุดของเกาหลีใต้ แต่ในปัจจุบัน ธุรกิจหลายแห่งได้เปลี่ยนไปขายสตูแพะดำ และอาหารทางเลือกอื่น ๆ ขณะที่มีลูกค้าเพียงไม่กี่รายที่ยังคงสั่ง “โบชินทัง” (Bosintang) หรือสตูเนื้อสุนัข โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

การสำรวจที่เผยแพร่ก่อนที่กฎหมายห้ามขายเนื้อสุนัขจะผ่านในปี 2567 ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 90% จากทั้งหมด 2,000 คน กล่าวว่า พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะกินเนื้อสุนัขในอนาคต ขณะที่มากกว่า 80% สนับสนุนการห้าม และเกือบ 95% ไม่ได้กินเนื้อสุนัขในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า จะมีธุรกิจมากกว่า 5,600 แห่ง ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ ขณะที่ฟาร์มสุนัขส่วนใหญ่ได้ปิดตัวลงก่อนกำหนดเส้นตายในปีหน้าแล้ว

การรณรงค์ยุติการค้าเนื้อสุนัขได้รับแรงผลักดันมากขึ้น ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล และนางคิม กอน-ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และภริยาของเขา

ในเดือน ม.ค. 2567 รัฐสภาเกาหลีใต้ผ่านร่างกฎหมาย ห้ามการเพาะพันธุ์ การฆ่า การจำหน่าย และการขายสุนัขเพื่อการบริโภคของมนุษย์ โดยให้เวลาผ่อนผัน 3 ปี และจะบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน ก.พ. 2570 ผู้ฝ่าฝืนจะต้องรับโทษจำคุกและปรับเงิน อย่างไรก็ดี ทางการให้คำมั่นที่จะให้การสนับสนุนแก่เกษตรกร ผู้จัดจำหน่าย และเจ้าของร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS