สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขเวียดนามเสนอร่างแผนการด้านนโยบายประชากรของประเทศ ตั้งเป้าลดสัดส่วนเด็กชายแรกเกิดให้ต่ำกว่า 109 คนต่อเด็กหญิง 100 คน ภายในปี 2573 ก่อนลดลงสู่ระดับธรรมชาติคือราว 106 คน ต่อทารกเพศหญิง 100 คน ภายในปี 2578


ทั้งนี้ เวียดนามกำลังเผชิญกับปัญหาสัดส่วนทารกเพศชายแรกเกิดสูงเกินสมดุลทางธรรมชาติมานานหลายปี และถือเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียซึ่งมีปัญหาดังกล่าวรุนแรงที่สุด


ข้อมูลในร่างแผนการระบุว่า สัดส่วนเด็กชายแรกเกิดอยู่ที่ 112.2 คนต่อเด็กหญิง 100 คน เมื่อปี 2559 ก่อนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุด 114.8 คนต่อเด็กหญิง 100 คนในปี 2561 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่ 110 คนต่อเด็กหญิง 100 คนในปี 2568


สำหรับมาตรการที่มีการเสนอ ประกอบด้วยการบังคับใช้กฎหมายห้ามการเลือกเพศทารกในครรภ์อย่างเข้มงวดขึ้น การเพิ่มการตรวจสอบสถานพยาบาลที่ให้บริการเกี่ยวข้อง และยังเสนอให้ติดตามโฆษณาบริการเลือกเพศทารกผ่านช่องทางออนไลน์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักในสังคม


อนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามวิเคราะห์ว่า ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุจากค่านิยมที่ต้องการมีบุตรชาย แรงกดดันให้มีทายาทเพศชาย และขนาดครอบครัวที่เล็กลง ขณะเดียวกัน การเข้าถึงเทคโนโลยีตรวจเพศทารกก่อนคลอดที่สะดวกขึ้น ยังเอื้อให้เกิดการเลือกเพศทารกมากขึ้น


ร่างแผนการเตือนว่า หากจำนวนประชากรชายยังคงสูงเกินสมดุลเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดแรงกดดันด้านประชากรและสังคมในระยะยาว โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรวมถึง ปัญหาในตลาดการแต่งงาน ความเหลื่อมล้ำทางเพศที่เพิ่มขึ้น และความรุนแรงบนพื้นฐานทางเพศ


นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์จากผู้หญิงและเด็กหญิง รวมถึงสร้างความท้าทายต่อเสถียรภาพทางสังคมในวงกว้าง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS