วันที่ 21 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้มีการรายงานความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การปรับเกณฑ์ใหม่อีกครั้ง และการเพิ่มสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โดย นายกรัฐมนตรีได้รับทราบและให้นำกลับไปทบทวนในรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนนำเสนอให้ ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า วันที่ 27 ก.ค. 69

“นายกฯ มีความห่วงใยและต้องการให้ดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอำนวยความสะดวกในทุกมิติ”

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้จัดพื้นที่รับเรื่องอุทธรณ์สำหรับประชาชน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจรายชื่อเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อยกเว้นเกณฑ์บางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการรับสิทธิ

สำหรับกระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทาง ดังนี้

  • เกณฑ์อายุรถ : เสนอไม่นับรวมรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี มาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ
  • รถจักรยานยนต์ : อนุญาตให้มีได้ไม่เกิน 2 คัน แม้จะยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ก็ไม่ถือว่าเสียสิทธิ
  • กรณีรถใช้งานไม่ได้ : หากรถมีอายุน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดแต่สภาพใช้งานไม่ได้ ประชาชนสามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้ตรวจสอบและยืนยันสภาพเพื่อรักษาสิทธิได้
  • การโอนลอยและสวมสิทธิ : สำหรับกรณีที่โอนลอยไปแล้วแต่ชื่อยังค้างในระบบ หรือถูกแอบอ้างชื่อเป็นเจ้าของรถ กระทรวงฯ จะออกหนังสือรับรองและมีกระบวนการพิสูจน์สิทธิเพื่อช่วยเหลือประชาชน
  • กระทรวงคมนาคมยังได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสิทธิให้กับประชาชนแล้ว และกำลังพิจารณาแนวทางยกเลิกการเก็บภาษีย้อนหลังสำหรับรถที่ทะเบียนค้างในระบบมานาน ซึ่งอาจต้องมีการจัดระบบทะเบียนใหม่หรือแก้ไขในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)

ขณะที่การอุทธรณ์สิทธิ ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ เช่น แอปพลิเคชันทางรัฐ, ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น และที่เพิ่มเติมคือสามารถอุทธรณ์ได้ที่ที่ว่าการอำเภอ ซึ่งในอนาคตจะมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ลงไปยังหมู่บ้านหรือศาลากลางบ้าน เพื่อให้บริการประชาชนถึงที่ รวมทั้งจะพิจารณาขยายเวลาอุทธรณ์ด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ขอชะลอการนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ในวันนี้ออกไปก่อน เพื่อนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปปรับปรุงรายละเอียดให้ครบถ้วนทุกมิติ และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ก่อนกลับมาเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้งในสัปดาห์หน้า จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือเรื่องกำหนดการต่างๆ และขอให้รอมติ ครม. ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสน โดยจะเข้าพร้อมกับการขยายสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 อีก 6 ล้านสิทธิ

“การทบทวนสิทธิครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ที่ฐานะดีบางส่วนยังได้รับสิทธิ ในขณะที่คนยากจนจริงๆ บางส่วนกลับหลุดจากระบบเนื่องจากเกณฑ์เก่า การปรับปรุงเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยให้มีคนได้รับโอกาสเพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 ล้านคน และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมปรับปรุงเกณฑ์ที่ตึงเกินไปเพื่อให้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง”

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด