วานนี้ (19 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีชาวบ้านในพื้นที่ตอนกลางของประเทศกรีซยังคงขับรถบนสะพานข้ามแม่น้ำที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักใกล้กับเมืองลาริสซา แม้ว่าทางการจะประกาศว่าสะพานดังกล่าวไม่ปลอดภัย หลังจากทรุดตัวลงในช่วงที่พายุแดเนียลพัดถล่มเมื่อปี 2566
สะพานแห่งนี้คือสะพานปาเลโอปีร์โกสซึ่งทอดข้ามแม่น้ำพินิออส ได้รับความเสียหายทางโครงสร้างอย่างรุนแรงเมื่อพายุแดเนียลพัดถล่มภูมิภาคเทสซาลีในเดือนกันยายน 2566 ในช่วงเวลานั้น สะพานหลายสิบแห่งทั่วภูมิภาคถูกพายุทำลาย ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำแห่งนี้พังลงมาบางส่วน ส่งผลให้โครงสร้างส่วนกลางทรุดตัวในลักษณะหักกลางและลาดเอียงลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง
แม้จะเห็นได้ชัดว่าเป็นสะพานที่เสี่ยงอันตราย แต่ชาวท้องถิ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ยังคงขับรถข้ามแม่น้ำไปมาโดยใช้สะพานแห่งนี้ เพราะไม่ต้องการใช้ทางอ้อมซึ่งเป็นทางหลวงที่อยู่ไกลมาก ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น สะพานข้ามแม่น้ำที่ชำรุดแห่งนี้จึงกลายเป็นทางลัดยอดนิยม
ทั้งนี้ ภาพจากโดรนที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นอย่างสำนักข่าวลาริสซาเน็ต แสดงให้เห็นว่ามีรถยนต์หลายคันที่กำลังขับลงไปบนสะพานทรุดตัวลงจนอยู่เหนือผิวน้ำเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไต่กลับขึ้นไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
รายงานข่าวระบุว่า ทางการได้สั่งห้ามการสัญจรบนสะพานแห่งนี้แล้ว แต่ยังไม่มีการตั้งแผงกั้นใด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้รถเข้าไปใช้สะพานได้ นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นระบุว่า ระบบนำทางผ่านดาวเทียมบางระบบยังคงนำทางคนขับรถตรงมายังทางข้ามแห่งนี้ ซึ่งยิ่งมีส่วนทำให้มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
สะพานนี้ตกอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาเป็นเวลาร่วมสามปีโดยไม่มีการซ่อมแซม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการ พร้อมทั้งเตือนว่าการใช้งานโครงสร้างที่ไม่มั่นคงนี้ต่อไปอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงในที่สุด
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : greekcitytimes.com
เครดิตภาพ : YouTube / Larissanet OnlineNewspaper



