เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ประธาน กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกรายการ คมชัดลึก ตอน “ปราบ “โกงสอบ” ผู้บงการลอยนวล?” โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมา กมธ.ป.ป.ช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับกมธ.ป.ป.ช.ที่สภาผู้แทนราษฎร จะเห็นว่าข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ ผอ.กลุ่มงานที่ สถ.โดยผ่านทางไลน์ ยืนยันว่าไม่มีการตัดตอนข้อมูลและได้ให้โอกาสฝ่ายค้านที่เข้าร่วมซักถามผู้ว่าจ้าง สถ.และประธาน กสถ.เพื่อความโปร่งใส หลังการซักถามจึงได้ทราบว่า แฟลซไดร์ที่ผู้รับจ้างส่งให้ประธาน กสถ. ต่อมาประธาน กสถ.ได้มอบอำนาจให้ รองอธิบดี สถ.เป็นผู้รับแฟลซไดร์ ซึ่งทางผู้รับจ้างยืนยันในห้องกรรมาธิการฯว่าแฟลซไดร์ที่ผู้รับจ้างส่งให้รองอธิบดี สถ.ไม่มีการแก้ไข หลังจากนั้น รองอธิบดี สถ.ได้นำแฟลซไดร์ไปเก็บในตู้นิรภัย ในห้องอธิบดี สถ.ซึ่งทางผู้ว่าจ้างบอกแล้วว่าเมื่อส่งแฟลซไดร์แล้ว ผู้ว่าจ้างจะไปทำอะไร ทางเขาไม่รับรู้แล้ว

ต่อมาทางกมธ.ป.ป.ช.ได้มาสอบถามทางผู้รับจ้าง พบว่า ผู้รับจ้างนำเอาแฟลซไดร์ไปเก็บที่ตู้นิรภัยห้องอธิบดี มีการเปิดตู้นิรภัยเพื่อเอาแฟลซไดร์นี้ออกมา เพื่อตรวจสอบข้อมูล ว่าตรงตามเงื่อนไข TOR หรือไม่ แต่ไม่ได้ตรวจทั้งหมด อย่างไรก็ตามมีประเด็นคำถามหลายคำถามในห้องกรรมาธิการฯว่า ใครเป็นคนเอารายชื่อผู้สอบผ่านติดต่อกับทาง มศว.ผู้รับจ้าง จากการสอบถามจึงทราบว่า มีการติดต่อระหว่างผู้อำนวยการกลุ่มงานของ สถ.กับทางผู้รับจ้าง ทำไมถึงต้องติดต่อกัน เพราะเขาเห็นข้อมูลว่ามีการสะกดชื่อ ตำแหน่งบางตำแหน่งผิด ต้องมีการแก้ไข จึงเป็นการติดต่อกัน ระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง คำถามคือเขาเอาไฟล์เหล่านี้มาจากไหน เมื่อแฟลซไดร์ที่เก็บข้อมูลที่ว่าลับที่สุด ยังอยู่ในตู้นิรภัยห้องอธิบดี สถ.

ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าวว่า ซักถามไปมาจึงทราบว่าข้อมูลอยู่ในเครื่องคอมฯ ของผอ.กลุ่มงานที่ สถ. ที่ติดต่อผ่านทางไลน์ผู้รับจ้าง จนกระทั่งสุดท้ายมีการแก้ไขเสร็จ และให้ทางผู้รับจ้าง ตีตรามหาวิทยาลัยรับรอง หลังจากนั้น ผอ.กลุ่มงานคนนี้นำเสนอไฟล์ที่มีตรารับรองจากมหาวิทยาลัยส่งให้กับประธาน ก็คือ รองอธิบดี สถ. และให้รองอธิบดี สถ.เสนอกับทาง กสถ.เพื่อประกาศลงเวป สถ.ต่อไป ซึ่งเราเข้าใจมาตลอดว่า ข้อมูล ผู้สอบผ่านน่าจะมาจากแฟลซไดร์เท่านั้น แต่ปรากฎว่า ไม่ใช่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น กระทรวงมหาดไทยเปิดตู้นิรภัยเพื่อนำแฟลซไดร์มาตรวจสอบ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ รายชื่อผู้สอบผ่าน ที่มีตรามหาวิทยาลัยรับรองที่ประกาศในเวปสถ.ตรงกับ รายชื่อผู้สอบผ่านในแฟลซไดร์ในตู้นิรภัยของอธิบดี สถ.แต่รายชื่อที่อยู่ในแฟลซไดร์ในตู้นิรภัยไม่มีตรามหาวิทยาลัยประทับรับรอง เพราะฉะนั้นจึงขัดแย้งตอนต้นที่ว่า ผู้รับจ้างบอกว่า เมื่อนำส่งแฟลซไดร์ให้กับผู้ว่าจ้างที่กรมครั้งแรก ไม่มีการแก้ไข หลังจากนั้นนำเข้าตู้นิรภัย เราไม่รู้ว่า มีการเปิดออกมากี่ครั้ง และใครจะสามารถเปิดตู้นิรภัยได้ ถ้าไม่ใช่รองอธิบดีที่ประธาน กสถ.มอบอำนาจ

ประเด็นคำถามคือการแก้ไขรายชื่อ หรือการโกง ผู้สอบภาค ก.ได้ 40 คะแนนมาปรับให้เป็น 70 คะแนน ถามว่าระหว่างผอ.กลุ่มงานคุยกันกับ ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะทำให้เลยหรือไม่ เป็นผมก็ไม่ทำ แสดงว่า ต้องได้คุยกับคนที่ใหญ่กว่า ผอ.กลุ่มงานฯ คำว่าใหญ่กว่าคือใคร ก็ต้องเป็นประธาน ผู้ประกาศผล หรือ ระดับอธิบดี ถามว่า ผอ.กลุ่มงานฯเขาจะกล้าทำหรือ ถ้าเจ้านายไม่สั่ง ฉะนั้นจึงเป็นการทำเป็นขบวนการ

เมื่อถามว่าไม่ใช่เป็นการตัดตอนคนที่เหลือใช่หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ผมในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช.ยืนยันว่าไม่มีการตัดตอน และในที่ประชุม กมธ.มี กรรมาธิการฯที่มาจากฝ่ายค้าน ผมได้ให้โอกาสซักถามเต็มที่ ผมแสดงความบริสุทธื์ใจ เพราะรู้ว่าสังคมติฉินนินทา ว่าผมเป็น ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ผมเชิญองค์กรต่อต้านคอรัปชันเข้ามาร่วมด้วยทุกครั้ง และให้โอกาสในการซักถาม เพราะเราอยากให้คนที่โกงมารับผิดทุกคน การประชุมกรรมาธิการ 2 ครั้งที่ผ่านมา เรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งฝั่งผู้รับจ้างและฝั่งผู้ว่าจ้าง คนตั้งข้อสังเกตว่า คนที่สูงกว่าอธิบดี ไม่ว่าจะเป็นระดับ 11 ในกระทรวงที่อยู่มานาน หรือแม้กระทั่งนักการเมือง จะทำอย่างไร ถ้าถามความคิดเห็นผม เป็นหน้าที่ของตำรวจ และ ป.ป.ช.ต่อไป  จากการติดตามข่าวกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลางจะแจ้งความดำเนินคดีผิด อาญา ม.144 คือการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้จ่ายต้องติดคุก 5 ปี หากให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็เป็นพยานแล้วก็สาวขึ้นไปเรื่อย ๆ

“วันนี้ไม่ใช่แค่สังคมอยากเห็นว่าใครคือ Big Boss คนสุดท้าย ผมก็อยากเห็น ที่ประชุม ส.ส.พรรคภูมิใจไทยก็อยากเห็น เพราะวันนี้ถ้าเราทำตรงนี้ไม่ได้พรรคภูมิใจไทยก็เสียหาย ผมเป็นคนแรกที่นำเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยไปเรียนท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่าในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มีนายหน้า มีการจ่ายเงิน เพื่อให้สอบผ่าน ครั้งนั้นเป็นที่มาของการยกเลิก เมื่อยกเลิกวันที่ 5 ม.ค. 67 ผมก็พาชาวบ้านศรีสะเกษ ไปร้องที่กระทรวงมหาดไทยจึงเป็นที่มาของ mou 5 หน่วยงาน และ MOU ปี68” ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าว.