เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาทเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ครั้งที่ 1/2569  ณ ห้องประชุมหลวงพ่อกวยชุตินฺธโร ชั้น 2 สพป.ชัยนาท โดยมี ดร. พิเชฐร์ วันทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และมีหน่วยงานราชการเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ อาทิ นายนิรุตต์ เข็มเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท ดร.พัฒนาพร ไทยพิบูลบ์ ศึกษาธิการจังหวัดชัยนาท และคณะ นายวิศรุต ขวัญเพ็ง ปลัดอำเภอเมืองชัยนาท ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 

ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการทบทวนการดำเนินงานของมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ.2559 และมีการวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนมูลนิธิฯ ตามแนวพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตั้งเป้าหมายให้เขาขยายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงมีแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในบริเวณเขาขยายให้เป็นกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเยาวชน อาทิ จิ้งจอกเวหา กิจกรรมเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานรอบเขาขยาย กิจกรรมดูนกและพืชพันธุ์ไม้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาตามธรรมชาติ อาทิ ประโยชน์ของต้นไม้ แนวทางการลดโลกร้อน ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ไม้ 5 ระดับ การทำหลุมขนมครก ป่ารักน้ำ การฟื้นฟูดิน และการดำเนินตามรอยศาสตร์พระราชา การพัฒนาเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ รวมถึงการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในบริเวณพื้นที่รอบเขาขยาย

นอกจากนี้ ประธานมูลนิธิฯ ได้ให้นโยบายในการจัดทำแผนฏิบัติการของมูลนิธิโดยนำภาคส่วนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและจัดทำแผนเพื่อให้มีความสอดคล้องกันทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน รวมถึงมุ่งเน้นการจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เขาขยายเป็นที่รู้จักใแลอย่างกว้างขวาง เพื่อดึงดูดเยาวชน ภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์และพัฒนาเขาขยายสืบต่อไป 

ในการนี้ได้มีการประชุมเลือกประธานมูลนิธิรักษ์เขาขยายคนใหม่ คือ ดร.พิเชฐร์ วันทอง แทน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดย ดร. พิเชฐร์  วันทอง จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ และแนวทางของคณะกรรมการที่ผ่านมาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้จิตอาสาทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด รวมถึงทุกภาคส่วนช่วยกัน Change for Good ให้เกิดขึ้นที่เขาขยายอย่างยั่งยืนต่อไป