เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคลิปไวรัลในโลกโซเชียล หลังปรากฏภาพหญิงชราคนหนึ่งเดินทางไปติดต่อราชการด้วยความอัดอั้นตันใจ หลังถูกปฏิเสธสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เนื่องจากระบบฐานข้อมูลระบุว่าเธอมีทรัพย์สินเกินเกณฑ์ โดยระบุว่าครอบครองรถยนต์ถึง 2 คัน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้าน “น้องกายกาแฟโบราณ” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในการลงพื้นที่ครั้งนี้พบ นายศุภวิชญ์ มณีโชติ หรือ “สท.เล็ก” สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ เขต 2 พร้อมด้วย นางอุษา ธรรมดี อายุ 54 ปี พลเมืองดีที่คอยช่วยเหลือดูแล ยายน้อย หรือ น.ส.วาสนา กาญจนารัตน์ หญิงชราในคลิปดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ยายน้อยมีอายุจริงสูงถึง 85 ปีแล้ว (แต่อายุในบัตรประจำตัวประชาชนระบุไว้เพียง 70 ปี เนื่องจากในอดีตแจ้งเกิดล่าช้า) ปัจจุบันมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อน ไร้ที่พักพิงเป็นหลักแหล่ง และอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคู่ชีพในการเก็บของเก่าขายเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ
ยายน้อย เล่าถึงเหตุการณ์ในคลิปด้วยน้ำเสียงยังคงมีอารมณ์สะเทือนใจว่า ก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปเช็กสิทธิที่ธนาคารเพื่อดูว่าผ่านเกณฑ์บัตรคนจนหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าตนมีชื่อครอบครองรถเก๋ง เมื่อเดินทางไปตรวจสอบต่อที่สำนักงานขนส่ง ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่สามารถทำได้และระบบระบุว่าตนมีรถยนต์หลายคัน ซึ่งทำให้ตนรู้สึกโมโหและเสียใจมาก เพราะในความเป็นจริง ชีวิตทุกวันนี้ลำบากมาก มีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันเดียว บางวันมีรายได้เพียง 50-70 บาท บางวันไม่มีเงินกินข้าวหรือแม้แต่เงินเติมน้ำมันจนต้องไปหยิบยืมคนอื่น

“ยายไม่มีรถเก๋งหรอก วันๆ แทบไม่พอกิน นอนตามข้างถนน ตรงนู้นมั่งตรงนี้มั่ง ชีวิตมันคว่ำไปแล้ว รถก็มาเสีย เงินก็ไม่มี ที่อยู่ก็ไม่มี เร่ร่อนพเนจร อยู่ตัวคนเดียว แต่ก็ต้องสู้ ส่วนเรื่องรถที่มีชื่อ 2 คันนั้น คันแรกเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่หายไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเก็บของที่ตลาดสด พอกลับมารถก็หายไปแล้ว เคยไปแจ้งความกับตำรวจไว้เพราะกลัวคนเอาไปทำมิดีมิร้าย แต่ไม่ได้ไปแจ้งเรื่องที่ขนส่ง จนกระทั่งต้องมาซื้อคันใหม่ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้เพื่อทำมาหากิน” ยายน้อย กล่าว
ทางด้าน นายศุภวิชญ์ มณีโชติ หรือ สท.เล็ก เทศบาลนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ชนวนเหตุของเรื่องนี้เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนทางระบบข้อมูล โดยคุณยายได้ไปติดต่อขอใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากในระบบคอมพิวเตอร์แจ้งรหัสการครอบครองยานพาหนะเป็น “รย.12” จำนวน 2 คัน ซึ่งทำให้เกิดการตีความผิดพลาดว่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) แต่เมื่อตนเข้ามาช่วยตรวจสอบเชิงลึก รหัส รย.12 ดังกล่าว แท้จริงแล้วคือ “รถจักรยานยนต์สามล้อส่วนบุคคล” หรือรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันที่ยายใช้อาชีพเก็บขยะนั่นเอง ซึ่งคันแรกได้สูญหายไปกว่า 7 ปีแล้ว และแกจำเป็นต้องซื้อคันใหม่มาใช้ทดแทน
สท.เล็ก กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับการประสานจากคนสนิทในพื้นที่ว่ายายน้อยกำลังเดือดร้อน ตนจึงรีบลงพื้นที่มาเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อเตรียมประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเดินเรื่องยื่นอุทธรณ์และคืนสิทธิความชอบธรรมเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่คุณยายโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ตนเตรียมจะผลักดันให้คุณยายได้รับสิทธิ “ผู้พิการ” เพิ่มเติม เนื่องจากคุณยายเคยประสบอุบัติเหตุจนทำให้กระดูกหลังโค้งงอ เดินเหินไม่สะดวก โดยได้ประสานงานเบื้องต้นกับรองปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ และแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อเตรียมนำตัวคุณยายเข้าตรวจร่างกายยืนยันสภาพความพิการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะทำให้คุณยายได้รับเบี้ยผู้พิการเพิ่มเติมจากเบี้ยผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะยาว
“ส่วนเรื่องเร่งด่วนเมื่อเช้านี้ ผมมาพบว่ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างคู่ชีพของคุณยายจอดเสียอยู่ เนื่องจากน้ำมันเครื่องแห้งจนเครื่องยนต์พังเสียหาย ผมจึงได้ประสานให้ร้านซ่อมรถในพื้นที่ใกล้เคียงนำไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ เพื่อให้คุณยายสามารถนำกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้ทันที โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถทั้งหมดในครั้งนี้ ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลให้คุณยายเองครับ..”



