สถานการณ์ราคาทุเรียนภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ฤดูกาลผลิตจะผ่านพ้นช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากแล้ว แต่ราคาซื้อขายยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในระดับที่เกษตรกรพึงพอใจได้ ส่งผลให้ชาวสวนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับภาวะรายได้ลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรง และค่าดูแลรักษาสวนยังอยู่ในระดับสูง

เกษตรกรหลายพื้นที่สะท้อนตรงกันว่า ราคาทุเรียนในปีนี้ลดลงจากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองและทุเรียนพันธุ์ชะนี ที่เคยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ กลับมีราคาปรับลดลงต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และบางรายอาจต้องชะลอการลงทุนในฤดูกาลผลิตปีถัดไป

ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการแข่งขันในตลาดส่งออกที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การส่งออกบางช่วงเกิดความล่าช้า และเกิดภาวะผลผลิตตกค้างในประเทศ

ชาวสวนทุเรียนจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเปิดตลาดส่งออกใหม่ การเจรจาทางการค้ากับประเทศคู่ค้า การส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงการบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ เกษตรกรยังเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนหรือมาตรการพยุงราคาผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางรายได้ของเกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่อง

แม้ประเทศไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกทุเรียนรายสำคัญของโลก แต่หากไม่มีการปรับตัวทั้งด้านการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างจริงจัง วิกฤติราคาทุเรียนที่เกิดขึ้นในปีนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของภาคการเกษตรไทย และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งร่วมกันแก้ไข ก่อนที่ความเชื่อมั่นของชาวสวนจะยิ่งถดถอยลงไปมากกว่านี้