นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าร่วมการเสวนาสาธารณะและการแลกเปลี่ยนเชิงลึก “มองสถานการณ์ชายแดนใต้ ซีซั่นใหม่ – ข้อท้าทายและความหวัง” ซึ่งจัดโดย สถาบันสันติศึกษา ร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมต้อนรับสื่อมวลชนรุ่นใหม่จากกรุงเทพมหานคร สื่อมวลชนที่เคยปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนักภาคประชาสังคมในพื้นที่ ร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางและความท้าทายของพื้นที่ในระยะต่อไป

ภายในงาน ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า แม้ภาพรวมเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จะมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ปัญหาความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่และต้องอาศัยการทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากฐานข้อมูล Deep South Watch ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีเหตุการณ์ความไม่สงบสะสมจำนวน 23,827 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 7,830 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 14,876 ราย

นอกจากนี้ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยย้ำเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การยุติความรุนแรง การเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสวงหาทางออก และการหาทางออกทางการเมืองที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ พร้อมระบุว่า การดำเนินงานจะสานต่อจากคณะพูดคุยชุดเดิม ควบคู่กับการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้นำศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคความมั่นคง เพื่อให้การกำหนดแนวทางการพูดคุยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากการทำงานของหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนปัจจุบัน คือการให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนด้วยตนเอง ไม่ยึดเพียงข้อมูลจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ แต่ต้องการรับฟังข้อเท็จจริง ปัญหา และความคาดหวังของประชาชนโดยตรง เพื่อนำไปกำหนดทิศทางการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่

รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนสามารถสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะได้อย่างตรงไปตรงมา โดยข้อมูลจากทุกฝ่ายจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขให้มีความรอบด้านและตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมที่หัวหน้าคณะพูดคุยฯ มีความตั้งใจที่จะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อเสนอจากประชาชนจะถูกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นายนันทพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างสันติสุขไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา การศึกษา เศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ทั้งผ่านกลไกปกติของภาครัฐ และการกำหนดมาตรการเฉพาะสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ประเด็นด้านการศึกษา ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายมีความพร้อมร่วมกันในการผลักดัน เพื่อสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนประเด็นอื่นๆ ในอนาคต

พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ยังกล่าวถึงความสำคัญของการมี “ตัวจริง” เข้าร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจและสามารถขับเคลื่อนข้อสรุปไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะจะช่วยให้การพูดคุยเกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำว่า การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเกิดขึ้นได้จากความเข้าใจ ความจริงใจ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้กระบวนการพูดคุยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และสร้างสันติสุขที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริง