นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในช่วง ไตรมาส 4 นี้ จะเร่งเข้าไปร่วมประมูลงานภาพรัฐกลายโครงการหลังจากภาครัฐผ่านงบประมาณ เพื่อเร่งทำโครงการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องเร่งใช้งบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเร่งส่งมอบงานโครงการที่เสร็จแล้ว เพื่อให้รับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้น โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีมีงานรอประมูลอีกเกือบ 9,000 ล้านบาท โดยแต่ละบริษัทในเครือมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ อาทิ สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL มีงานรอประมูลรวมกว่า 4,000 ล้านบาท คาดว่า แบ็กล็อก หรือ งานที่ค้างอยู่ ถึงสิ้นปีจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท
ขณะที่ สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ หรื SAV มีงานรอประมูลประมาณ 2,300 ล้านบาท เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการขายอุปกรณ์ให้วิทยุการบิน และ เอฟโอดี ส่วนด้านบ.เทด้า มีงานรอประมูลเกือบ 2,000 ล้านบาท คาด แบ็กล็อก ทั้งกลุ่มตอนสิ้นปีจะทะลุ 20,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จะแตะที่ประมาณ 11,000–12,000 ล้านบาท
“เมื่อถึงสิ้นปีนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มสามารถ ที่สามารถกลับมาพลิกฟื้นมีกำไร 100% อย่างเต็มตัว หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทลูกมีแนวโน้มผลประกอบกดีขึ้น บริษัทแม่ก็จะดีตามด้วย โดยเฉพาะกลุ่ม สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ ที่ ให้บริการจัดการการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชาที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ลาว เป็นต้น รวมถึงส่วน เทด้าที่ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง”
ด้าน นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ควสมขัดแย้งแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในช่วงที่เกิดการปะทะ ทำให้เที่ยวบินลดลงประมาณ 10-20% จากวันละ 250 เที่ยวบิน เหลือ 210 เที่ยวบิน แต่ปัจจุบันเริ่มกลับมาปกติ จากเที่ยวบินจากเวียดนามที่ได้รับผลกระทบจากพายุช่วงที่ผ่านมาทำให้ต้องหลบเปลี่ยนเส้นทางบินผ่านกัมพูชามากขึ้น เชื่อว่าในไตรมานที่ 4 ไฮชีชั่นเที่ยวบินจะกลับมาเติบโตขึ้น สำหรับช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมดำเนินธุรกิจของกลุ่มสามารถเป็นที่น่าพึงพอใจ ทั้งรายได้และกำไร ถึงแม้ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และยังมีหลายโครงการที่ล่าช้าจากงบประมาณภาครัฐที่ดีเลย์ จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยในช่วง 9 เดือน มีรายได้แตะ 7,700 ล้านบาท มี แบ็กล็อก ทั้งกลุ่มประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยทุกสายธุรกิจและบริษัทย่อยมีผลงานโดดเด่น
สายธุรกิจ Digital ICT Solutions หรือ “SAMTEL” ในช่วง 9 เดือน SAMTEL มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท อาทิ โครงการจ้างจัดหา พัฒนา ติดตั้ง และดูแลบำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform UTP) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันมี Backlog รวมกว่า 8,000 ล้านบาท
สายธุรกิจ Digital Communications หรือ “SDC” ครึ่งปีแรกแล้วมีกำไรถึง 33 ล้านบาท จากค่า Air Time ในโครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิตอล หรือ Digital Trunked Radio System ของโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) และจะสร้างรายได้และกำไรต่อเนื่องตลอดปีนี้
สายธุรกิจ Utilities & Transportations โดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (SAV) ธุรกิจด้านการให้บริการจัดการการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา เฉพาะ 9 เดือน จำนวนไฟล์บินเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีที่แล้ว
ส่วน บ.เทด้า จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 9 เดือน มี Backlog แล้วกว่า 3,800 ล้านบาท ล่าสุดได้งานใหม่รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท อาทิ โครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูง 230/115kV ที่นครศรีธรรมราช, ขนอม, พัทลุง, เชียรใหญ่ แนวโน้มไตรมาส 4 คาดว่าจะรับรู้รายได้และกำไรมากขึ้น



