“เมล็ดฟักทอง” สุดยอดอาหาร (Superfood) ชั้นเลิศที่มีประโยชน์อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งในด้านการลดน้ำหนัก และการป้องกันโรคเรื้อรังร้ายแรง

ตามรายงานของ The Independent อังกฤษ ระบุว่า “เมล็ดฟักทอง” อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น ใยอาหาร และ สังกะสี ทำให้นักโภชนาการแนะนำให้ทานเป็นของว่าง เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะในช่วงที่กิจกรรมทางกายลดลง

นางเบธ เชอร์โวนี นักโภชนาการจากคลินิกคลีฟแลนด์ อธิบายว่า เมล็ดฟักทองเต็มไปด้วยโปรตีนจากพืช และสารอาหารหลากหลาย ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคบางชนิดได้

และเมล็ดฟักทองยังถือเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักชั้นดี เนื่องจาก

โปรตีนสูง อิ่มนาน – เมล็ดฟักทอง ประมาณ 28 กรัม มีโปรตีนสูงถึง 8.5 กรัม ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น

เต็มไปด้วยใยอาหาร – เมล็ดฟักทองเป็นแหล่งใยอาหารชั้นยอด โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA) ระบุว่าเมื่อบริโภคพร้อมเปลือก จะได้รับใยอาหารประมาณ 5 กรัมต่อ 28 กรัม ซึ่งช่วยในการขับถ่ายและสุขภาพลำไส้

นอกจากนี้ เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วย แมกนีเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ และกระดูก ลดความดันโลหิต และช่วยป้องกันไมเกรน

ประโยชน์ของเมล็ดฟักทองไม่ได้มีแค่นั้น แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกที่น่าประหลาดใจต่อระบบประสาทและการป้องกันโรค

ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ – เมล็ดฟักทองมี ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ และสามารถกระตุ้นให้เกิดการนอนหลับตามธรรมชาติ

ลดการอักเสบและป้องกันเบาหวาน – เมล็ดฟักทองหนึ่งช้อนโต๊ะมี สังกะสี ประมาณ 6.6 มิลลิกรัม ซึ่งสังกะสีและสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ในเมล็ดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบ ป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยในการป้องกันโรคเบาหวาน

ป้องกันมะเร็ง – งานวิจัยบางชิ้นเชื่อมโยงการบริโภคเมล็ดฟักทอง กับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคมะเร็งบางชนิด รวมถึง มะเร็งเต้านม และ มะเร็งต่อมลูกหมาก

นักโภชนาการแนะนำว่า แม้จะสามารถรับประทานเมล็ดฟักทองแบบดิบได้ แต่การคั่วจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และทำให้ย่อยง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังปริมาณโซเดียม โดยนางเชอร์โวนีแนะนำให้เลือกแบบที่ไม่ใส่เกลือหรือแบบเกลือต่ำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ.

ที่มาและภาพ : insight korea, freepik