จากกรณี นักการเมือง นักกฎหมาย และนักวิชาการหลาย ๆ คนออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของ มูลนิธิ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ว่ามีนักการเมืองสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง บ้างก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินบริจาคว่าสุ่มเสี่ยงในเรื่องของการฟอกเงินหรือไม่ อีกทั้งยังมีการขุดค้นเรื่องการตั้งมูลนิธิว่า “กัน จอมพลัง” ไม่ใช่ประธานมูลนิธิแต่อย่างใด เป็นเพียงที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เท่านั้น และหากมีการล้มเลิกแล้วทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองบุคคลใกล้ชิด ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ก “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ทำนองว่า ตอนนี้ตนต้องยกเลิกภารกิจทำถนน เพราะต้องมานั่งตอบคำถามหลาย ๆ คน เรื่องทรัพย์สินที่ยกเลิกไปตกอยู่กับมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่า เรื่องนี้ กัน ระบุว่า ตนไปขอคำปรึกษาจากคุณธรรมนัสมาก่อน จึงได้ใส่ชื่อมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าไป ทั้งนี้ ตนไม่ตั้งใจจะล้มเลิก ทุกวันนี้ไม่มีเป้าหมายจะเลิก แต่หากมีคนไม่สบายใจ ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปให้มูลนิธิอื่น ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ใหญ่ เคยช่วยเหลือด้านการศึกษา และภัยพิบัติ ทุกหน้างาน ส่วนเรื่อง “ทนายเดชา” ร้องให้ตรวจสอบรถแลมโบกินีสีแดง “กัน จอมพลัง” กล่าวว่า ผมยินดีให้ตรวจสอบ เพราะจ่ายภาษีถูกต้องหมดเลย

“….วันนี้การทำดี สิ่งที่ต้องเจอ ต้องโดนอะไรบ้าง สิ่งที่ผมเสียใจมาก วันนี้จะเข้าไปทำถนน รับปากไว้แล้ว สุดท้ายไม่ได้เข้าไป ไม่ได้ทำอะไรเลย ทุกคนไม่สบายใจส่วนไหนก็บอกมา มูลนิธิใสมากตรวจสอบได้ตลอด หากอยากตรวจสอบทางทีมบัญชีพร้อมเสมอ มูลนิธิไม่เคยซื้อที่ดิน รถก็ของมูลนิธิ เรือก็ของมูลนิธิ ไม่เคยเอาไปขับเล่น ยอมรับว่าคงทำได้เท่าที่ทำ เพราะรู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน อยู่กับลูกดีกว่า เริ่มเซ็ง! จะทำงานแต่ไม่ได้ทำ ให้น้อง ๆ ทำให้มูลนิธิขับเคลื่อนตามหน้างานไป”

ทุกวันนี้ยังไม่มีแผนล้มเลิก รู้ว่ามีคนไม่ชอบ ก็บอกมา บอกว่ามูลนิธิไม่มีชื่อผม ผมเป็นผู้ก่อตั้ง แล้วมันมีอะไรผิด ผมลงหน้างานมันคนละฟีลกับการดูแลเอกสาร ทำงานเช้ายันมืด เป็นเรื่องหนักที่ต้องไปดูเอกสารเป็นพัน ๆ แผ่น แล้วการดูแลองค์กร มูลนิธิใหญ่ระดับประเทศหลายแห่งต่างก็ใช้การบริหารในลักษณะเดียวกัน แล้วทำไมถึงต้องเป็นมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ วันนี้กำลังฉุดคนทำงานหรือไม่ อยากรอระบบที่ดี อยากให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามหน้าที่ของมันได้หมด แต่ถามว่า ต้องรอ 1 ปี หรือ 2 ปี ทั้งที่เราทุกคนร่วมกันช่วยกันได้ แล้วมันไม่ดีตรงไหน
“กัน จอมพลัง” ยกตัวอย่าง เมื่อจิตอาสาต้องควักเงินตัวเองซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ยาย ทำไมถึงต้องทำอย่างนั้น นั่นเป็นเพราะเขารอให้คนดูแล เข้ามาดูแลไม่ได้ คุณยายอาจตายก่อน แล้วตอนนี้คุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว ดังนั้น ถ้าเราเป็นคน เราก็ต้องรีบช่วยเหลือ ไม่ใช่รอให้ระบบพร้อมแล้วถึงเข้าช่วย.
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก “กันจอมพลัง ช่วยสู้”



