วันที่ 23 ต.ค. จากกรณีที่วานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ ปัดตก ข้อโต้แย้งทางกฎหมายของ นายเฉอ จื้อเจียง นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา ที่ทางการจีนต้องการตัวในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ โดยยืนยันว่า พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางการจีน สามารถดำเนินการต่อไปได้
ล่าสุดวันนี้ พล.ต.ต.จตุรภัทร ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ (ผบก.ตท.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของกระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนว่า แม้จะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่กระบวนการก็ยังคงต้องรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์
เนื่องจากนายเฉอ จื้อเจียง ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่เคยมีคำสั่งให้ส่งตัวเขากลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกลับไปดำเนินคดีในความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนและเว็บไซต์พนันออนไลน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคดีนี้จะต้องรอให้ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการส่งตัวได้
พล.ต.ต.จตุรภัทร ระบุว่า ขณะนี้คดีความยังไม่สิ้นสุด และไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจากคดีในชั้นศาลอาจมีการต่อสู้คดีกันจนถึงชั้นศาลฎีกา
ขณะเดียวกัน นางสาววรันธร วานิชถาวร รองโฆษกอัยการสูงสุด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการยื่นอุทธรณ์ ศาลยังไม่ได้แจ้งกำหนดวันฟังคำพิพากษา แต่ได้ยืนยันกรอบระยะเวลาทางกฎหมายว่า หากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ทางอัยการต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้น ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งถึงที่สุด หรือตามกำหนดเวลาที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาตรา 22 โดยขณะนี้ นายเฉอ จื้อเจียง ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม



