วันที่ 18 พ.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% โดยคาดว่าทั้งปี 69 จีดีพีขยายตัวช่วง 1.5-2.5% ค่ากลาง 2% คงเดิม โดยรวมผลกระทบตะวันออกกลาง และพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขยายตัวได้ดีกว่าคาดในไตรมาส 1/2569

นายดนุชา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมาสแรกปีนี้ที่ผ่านมา มีตัวเลขการลงทุนรวมขยายตัวสูง 9.9% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2558
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 69 การอุปโภคบริโภคขยายตัว 2.4% และการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 3.7% มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์ ขยายตัว 9.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.0-3.0% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1.0% ของจีดีพี

ปัจจัยสนับสนุน
• การขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชนทั้งการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชน
• แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐบาล ตามการเพิ่มขึ้นของกรอบวงเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2569
• การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออก ตามความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง
ข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยง
• ความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
• ความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจและการค้าโลก และความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน
• ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในเกณฑ์สูงและคุณภาพสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ด้อยลง
• ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงและ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรมากขึ้น

นายดนุชา กล่าวว่า แรงส่งการส่งออก การค้าโลก มีแรงส่งไปได้อีกระยะหนึ่ง ตลาดส่งออกขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐ จีน อาเซียน ยุโรป แต่ตลาดสินค้า CLMV ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ ลดลง โดยตะวันออกกลางจากความขัดแย้ง ทำให้การส่งออกสินค้าไปยากมากขึ้น
ขณะที่การนำเข้าเร่งตัวขึ้น ขยับตัวเพิ่ม 21.1% จากไตรมาสก่อนหน้า 9.5% เช่น แผงวงจรและชิ้นส่วน ซึ่งจากการนำเข้าค่อนข้างสูง ไตรมาสแรกปี 69 ขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส อยู่ที่ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,600 ล้านบาท
ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกกลางสัดส่วน 46-50% และได้รับผลกระทบจึงได้ปรับนำเข้าน้ำมันดิบ จากสหรัฐ แอฟริกา แต่ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาอยู่ระดับสูง แม้ช่วงต่อไปคาดว่า สถานการรณ์สิ้นสุดกลางปีนี้ แต่ราคาน้ำมันดิบจะสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากแหล่งน้ำมันก๊าซถูกทำลายต้องใช้เวลาฟื้นฟู
ส่วนก๊าซธรรมชาติ ไทยมีแหล่งก๊าซในอ่าว และจากแหล่งอื่นๆด้วย โดยก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้า ไม่ได้รับผลกะทบ แต่ราคาอาจมีสูงขึ้นบ้าง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรช่วยดูแลค่าครองชีพ ถ้าเหตุการณ์ตะวันออกกลางไม่ยุติ ก็ทำให้เกิดวิกฤติค่าครองขีพกระทบกับประชาชนได้
การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงที่เหลือของปี 2569 ควรให้ความสำคัญ ดังนี้
1.การดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
2.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน
3.การรักษาการขยายตัวของภาคการส่งออกให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4.การรักษาแรงสนับสนุนของการใช้จ่ายภาครัฐควบคู่ไปกับการรักษาวินัยการเงินการคลัง
5.การดูแลผลกระทบต่อภาคเกษตรจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
6.การแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน



