ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ได้มีการประชุมคณะกรรมการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานวัดอัมพวันเจติยาราม ต.อัมพวา อ.อัมพวา โดยมีพระเทพสุเมธี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเกตการาม และพระราชภาวนาวชิราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดประดู่ ร่วมเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายชยชัย แสงอินทร์ ผวจ.สมุทรสงคราม นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นางนิภา สังคนาคินทร์ ได้รายงานความคืบหน้าโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ฯ ว่า กรมศิลปากรได้ประมาณการระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 รวมระยะเวลา 2 ปีเศษ ใช้งบประมาณ 52.4 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณจากกรมศิลปากร 19.65 ล้านบาท และอีก 32.75 ล้านบาท จะต้องจัดหาจากแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติม

โบราณสถานสำคัญที่จะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ได้แก่ พระปรางค์ พระพุทธรูป พระพุทธไสยาสน์ พระวิหารคด พระที่นั่งทรงธรรม และภูมิทัศน์โดยรอบ ซึ่งจะดำเนินการด้วยวิธีการอนุรักษ์ตามมาตรฐานโบราณคดี เช่น เปลี่ยนโครงสร้างหลังคาและกระเบื้องใหม่ เสริมระบบกันซึมด้วยสังกะสี ติดตั้งระบบกันนกบริเวณหน้าบัน และสกัดปูนซีเมนต์ฉาบผนังเดิมออกก่อนฉาบใหม่ด้วยปูนหมักผสมทราย พร้อมทั้งตัดความชื้นผนังโดยใช้วัสดุ Non-Shrink Grout เสริมความมั่นคงของโครงสร้างโดยรอบประตูและหน้าต่าง
ในส่วนของพื้นภายใน จะติดตั้งระบบท่ออากาศเพื่อระบายความชื้น และวางระบบระบายน้ำรอบองค์ปรางค์และพระวิหารคดใหม่ รวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด สำหรับการซ่อมบูรณะพระพุทธรูปต้นแบบ หมายเลข 22 ภายในพระวิหารคด ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ด้วยงบประมาณ 400,000 บาท ดำเนินการโดยการสกัดปูนฉาบเดิมที่เสื่อมสภาพ เสริมฐาน เสริมลวดลาย ปิดผิวด้วยปูนน้ำอ้อย และปิดทองอย่างประณีต
ในส่วนของพระที่นั่งทรงธรรมและเสาหมู่กุฏิ ได้ผู้รับจ้างดำเนินงานแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2568 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 ส่วนงานพระปรางค์และพระวิหารคด แบ่งดำเนินการเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกปี 2569 ใช้งบ 2 ล้านบาท ติดตั้งนั่งร้านและหลังคาคลุมชั่วคราว เริ่มประมาณเดือนมกราคม 2569 ส่วนช่วงที่สองปี 2570 ใช้งบรวม 17 ล้านบาท สำหรับการบูรณะองค์พระปรางค์ หน้าบัน โครงสร้าง และตกแต่งหลังคา รวมถึงระบบกันความชื้นและฐานชุกชี ส่วนงานภูมิทัศน์ได้รับงบประมาณเบื้องต้น 4 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำแบบร่างคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2568

เนื่องจากการดำเนินโครงการยังต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจำนวนมาก คณะกรรมการจึงมีแนวคิดในการจัดสร้าง “เหรียญที่ระลึก” เพื่อมอบให้แก่ผู้ร่วมบริจาคสมทบทุนโดยจัดสร้างเหรียญ “พระพุทธปฏิมากร หลวงพ่อบ้านแหลม” รูปทรงใบสาเก ตามต้นแบบวัตถุมงคลรุ่นแรก พ.ศ. 2560 ของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ด้านหลังเหรียญประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธย “ฉ.ป.ร.” ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันพระบรมราชสมภพครบ 260 ปี วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2570 และเพื่อสนับสนุนการทำนุบำรุงวัดอัมพวันเจติยาราม
เบื้องต้นที่ประชุมเห็นควรจัดสร้างเหรียญ 3 ประเภท ได้แก่ เหรียญเนื้อทองคำ จำนวน 199 เหรียญ เหรียญเนื้อเงิน จำนวน 5,000 เหรียญ และเหรียญเนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 15,000 เหรียญ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการจอง และช่องทางการรับบริจาค จะมีการหารือเพิ่มเติมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการต่อไป



