เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 ต.ค. น.ส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี นักศึกษาจบใหม่ เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ปภิณวิช เสนา แปลง สว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โอนเงินสูญ 1,030,000 บาท โดยคนร้ายอ้างตัวเป็นพนักงานค่ายมือถือชักชวนเล่นพนันออนไลน์ ก่อนโอนสายให้ตำรวจปลอมตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.00 น. ขณะพักผ่อนอยู่คอนโดฯ ย่านพระราม 9 กรุงเทพฯ มีเบอร์แปลกโทรฯ เข้ามา อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ แจ้งว่า น.ส.พลอยได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่จังหวัดเลย ทั้งที่ตนไม่เคยไปจังหวัดดังกล่าวมาก่อน แต่คนร้ายกลับระบุชื่อ-นามสกุล และข้อมูลลูกค้าระดับ Platinum ของค่ายมือถือได้อย่างถูกต้อง ทำให้หลงเชื่อ

จากนั้น คนร้ายอ้างว่า เบอร์ของ น.ส.พลอยถูกใช้ส่งข้อความชวนเล่นพนันออนไลน์จำนวนมาก และได้โอนสายให้ตำรวจปลอมแปลงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทางการเงิน โดยมีการ Video Call ผ่านไลน์ในลักษณะสวมชุดข้าราชการโชว์บัตรเจ้าพนักงาน พร้อมมีนายตำรวจปลอมอีก 3-4 คนเข้าร่วมพูดคุย ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง

ระหว่างการสนทนา คนร้ายอ้างว่าชื่อของเธอเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า และบังคับให้โอนเงินเพื่อให้ตำรวจตรวจสอบ โดยครั้งแรกโอน 630,000 บาท เข้าบัญชีนางสาวมาราตรี ครั้งที่สองโอนอีก 400,000 บาท จากบัญชีสลากออมสิน เข้าบัญชีของนายศุภฤกษ์ รวมแล้วเสียหาย 1,030,000 บาท ขณะที่คนร้ายยังข่มขู่ให้โอนอีก 500,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินเพียงพอ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.พลอย เริ่มสงสัยและหาข้อมูลจนทราบว่าเป็นตำรวจปลอม จึงกดวางสายและเข้าแจ้งความในวันถัดมา

ผู้เสียหายฝากเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อสายหรือข้อความแปลก ๆ ควรตั้งสติในการโอนเงินทุกครั้ง เพราะเงินที่สูญเสียไปเป็นรายได้จากการทำงานเสริมตั้งแต่อายุ 15 ปี ทั้งขายของออนไลน์ ทำงานพาร์ตไทม์และงานร้านขนม ปัจจุบันไม่เหลือเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดกับแก๊งสแกมเมอร์ซึ่งยังหลอกลวงประชาชนอยู่ทุกวัน