เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ขยายผลการตรวจสอบอย่างละเอียดภายหลังการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 บนพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี การปฏิบัติการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และฝ่ายปกครอง ในการตรวจสอบสถานประกอบการและการถือครองที่ดินที่อาจเข้าข่ายการใช้นอมินีและผิดกฎหมายอื่นๆ โดยตรวจพบโครงการวิลล่าหรู และบริษัทต้องสงสัยจำนวนมากที่ใช้อาคารหลังเดียวเป็นที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงกิจการโรงแรมและรถเช่าที่มีความน่าสงสัย โดย ผบ.ตร. สั่งการว่าหากตรวจพบการกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด

ผบ.ตร. เน้นย้ำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมดูแลและต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจโดยสุจริต ขณะเดียวกันจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดต่อผู้ที่แฝงตัวมากระทำความผิดอันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการตรวจสอบและปราบปรามชาวต่างชาติที่ประกอบกิจการผิดกฎหมายและก่ออาชญากรรมในประเทศไทย โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ควบคุมดูแลการดำเนินการ โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการทั้งหมด หากรายใดกระทำผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

สำหรับมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวนั้น ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มและยกระดับการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าประเทศ หากพบการกระทำความผิดหรือเป็นบุคคลต้องห้าม ให้ปฏิเสธการเข้าเมือง จับกุมและดำเนินคดีกับทั้งชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายด้วยมาตรการเชิงรุก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการตรวจสอบที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ด้านการตรวจสอบการขออยู่ต่อ ด้านการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และเจ้าของที่พักที่ให้ที่พักพิง รวมถึงด้านการจัดทำข้อมูลท้องถิ่น พร้อมให้ยกระดับและเพิ่มความเข้มในการพิจารณาคำร้องขออยู่ต่อ ทั้งก่อนการอนุญาต และหลังการอนุญาต โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติเฝ้าระวังพิเศษ รวมถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการปิดล้อมตรวจค้น และตรวจสอบบุคคลต่างด้าวตามแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรตำรวจสากล (Interpol)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมชาวต่างชาติที่น่าสงสัย โดยแจ้งได้ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือที่พักอาศัยที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ตลอดจนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระหว่างการตรวจสอบ.