สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า ไดแลน มิลเลอร์ ข้าราชการวัย 74 ปี ถามว่า “ฉันจะเอาอะไรกิน?” ก่อนแสดงบัตรพนักงาน เพื่อรับกล่องที่บรรจุผักและผลไม้สด และสินค้าที่กักตุนไว้ได้นาน ซึ่งทั้งหมดล้วนจำเป็นในยามที่เธอไม่ได้รับเงินเดือนจากรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา
มิลเลอร์กล่าวว่า เธอต้องหาเลี้ยงชีพ แม้อาหารที่ได้รับเหล่านี้จะทำให้เธออ้วนก็ตาม แต่เธอก็ควรที่จะไปต่อแถว และรับสวัสดิการที่สมควรได้

พนักงานรัฐบาลกลางทั่วประเทศกำลังหันไปพึ่งธนาคารอาหาร และองค์กรการกุศลเพื่อประทังชีวิต โดยเมื่อวันพุธ (22 ต.ค.) ที่กรุงวอชิงตัน กล่องอาหารมูลค่า 75 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,458 บาท) มากกว่า 310 กล่อง ถูกแจกจ่ายออกไปจนหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

มิลเลอร์ซึ่งทำงานให้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นมานานกว่า 50 ปี กล่าวว่า เรากำลังเฝ้ามองพวกเขารื้อบ้านพักของประชาชน เพื่อสร้างห้องบอลรูมหรูหรา ขณะที่เงินจำนวนถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,196 ล้านบาท) สามารถนำมาเลี้ยงประชาชนได้มากมาย และขณะนี้ เธอรู้สึกเสียใจที่เป็นคนอเมริกัน


เอเดรียน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษี ซึ่งทำงานให้ภาครัฐมา 33 ปี และกำลังยืนต่อแถวรอรับอาหาร กล่าวว่า เธอแทบจะผ่อนบ้านไม่ไหว และยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ เช่น อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ แต่สถานการณ์ในตอนนี้เป็นเหมือนกับโดมิโน
มิลเลอร์เล่าว่า เธอกำลังอยู่ระหว่างการหย่าร้าง ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องกู้เงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 655,680 บาท) สำหรับค่าบ้าน
ในฐานะหญิงผิวสี มิลเลอร์ย้ำว่า เธออุทิศชีวิตให้กับสิทธิพลเมือง และทิ้งท้ายว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือต้นเหตุของสถานการณ์เลวร้ายซึ่งกำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ.
เครดิตภาพ : XINHUA



