นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด รักษาการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์) เตรียมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน หรือ EWS ผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล 11 ช่อง ซึ่งใช้โครงข่ายของ ททบ. ในวันที่ 13  พ.ย. 68 เวลา 00.00-01.00 น. ในพื้นที่ จ.พะเยา และ จ.ชุมพร เพื่อให้เป็นระบบการแจ้งเตือนภัยที่คนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณของโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ประมาณ 95.6% ของจำนวนครัวเรือนทั้งประเทศ

“ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน เป็นระบบที่เตรียมการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนภัยอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที ครอบคลุม และเข้าถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน หรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ในอนาคตหากพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัย ตามแนวทางซึ่งเตรียมเสนอต่อที่ประชุม กสทช. จะสามารถส่งข้อความขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ที่รับสัญญาณดิจิทัลทีวีโดยอัตโนมัติ พร้อมเสียงแจ้งเตือน และข้อความประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละเหตุการณ์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เหตุแจ้งเตือนภัย และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที”

ด้าน พลโทอาวุธ พุทธอำนวย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการทดสอบด้านเทคนิคระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินมาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 67 ในรูปแบบระบบปิด ซึ่งทำงานได้มีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ จึงขอทดสอบด้านเทคนิคในระบบเปิด โดยสถานีที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ สถานีภาคเหนือ ใช้สถานีเสริมบ้านนาไร่เดียว มีที่ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จ.พะเยา และสถานีภาคใต้ ใช้สถานีเสริมหลังสวน มีที่ตั้งอยู่ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร จะทดสอบในช่วงเวลากลางคืนของวันพุธที่ 12 พ.ย. 68 ต่อเนื่องถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 พ.ย. 68 โดย การทดสอบแบบจำกัดพื้นที่ จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 1 สถานี และทดสอบพร้อมกัน 2 สถานี จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการจำลองการแจ้งเตือนทั้งประเทศ

“สัญญาณแจ้งเตือน จะปรากฏที่หน้าจอเครื่องรับโทรทัศน์ของประชาชนในพื้นที่ทดสอบที่รับสัญญาณจากโครงข่ายที่ 2 และโครงข่ายที่ 5 จำนวน 11 ช่อง ได้แก่ ช่อง ทีเอ็นเอ็น, เวิร์คพอยท์ ทีวี, ทรูโฟร์ยู, เนชั่นทีวี, จีเอ็มเอ็ม25, โมโน 29, 7 เอชดี, วัน, อมรินทร์ทีวีเอชดี, พีพีทีวี, และ ช่อง 5 การทดสอบจะกำหนดให้ทดสอบครั้งละ 2 นาที โดยจะแสดงเนื้อหาและข้อความ 1  นาที โดยช่องรายการบนโครงข่ายอื่นยังคงรับชมได้ตามปกติ”