เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ต.ค. 68 ที่ โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้จัดพิธีลดธงลงครึ่งเสา บริเวณหน้าอาคารผู้ป่วยนอก พร้อมทั้งเตรียมสถานที่สำหรับให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมลงนามถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ขณะเดียวกัน ที่ โรงเรียนผดุงนารี คณะครูและเจ้าหน้าที่ ได้พร้อมใจกันประดับผ้าขาวดำรอบบริเวณโรงเรียน เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระเมตตาที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรและส่งเสริมการศึกษาตลอดรัชสมัย ประชาชนชาวมหาสารคามต่างร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง แสดงถึงความรัก ความภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวง ที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

นายพีระ งามมุข เจ้าของร้านฮ่องกงบูติค เปิดเผยว่า ภายหลังจากทราบข่าว ก็ได้นำเสื้อผ้าชุดดำ ที่มีอยู่ในร้านมาจัดเรียงที่หน้าร้าน รอลูกค้ามาเลือกซื้อ ซึ่งเสื้อผ้าสีดำที่ร้านมีไม่เยอะมาก เนื่องจากว่าเป็นเหตุการณ์กะทันหัน ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งต้องรออีก 1-2 วัน เสื้อผ้าสีดำก็จะมีมากกว่านี้ ซึ่งก็เริ่มมีลูกค้าออกมาหาซื้อกันแล้ว บางคนมาก็มีคราบน้ำตามาด้วย

นายพีระ กล่าวต่อว่า พอทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ท่าน ก็รู้สึกเสียใจ ส่วนตัวตนเองเป็นคนกรุงเทพฯ สมัยเด็ก เคยเฝ้าฯ รับเสด็จทั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระพันปีหลวง ความจงรักภักดีของตนเองมีไม่น้อยไปกว่าคนอื่น เพราะเคยเห็นท่านทรงงานมาตลอด ทั้งเรื่องผ้าไหม ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ละปีตนจะได้รับเสด็จปีละ 2 ครั้ง ถือเป็นความผูกพันระหว่างตนเองกับสถาบัน ถ้าไม่มีพระองค์ คนไทยคงลำบากกว่านี้ เด็กรุ่นหลังอาจจะไม่รู้ เพราะไม่เคยเห็นพระองค์ทรงงาน มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยตนเป็นเด็ก มีประชาชนไปเฝ้าฯ รับเสด็จ พระองค์มาทอดกฐิน แล้วเป็นลม พระองค์ทรงประคองศีรษะคนๆ นั้น บอกมหาดเล็กว่าให้มาดูคนนี้หน่อย คนนี้เป็นลม ซึ่งตนเห็นเองกับตา ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.