สวัสดีแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักทุกคน พบกับ “นูน่าเมี้ยน” กันเป็นประจำบนคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตอย่าง “SeoulStation” พื้นที่ ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง และไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ทุกคนได้เข้ามาอ่านอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ โดยสัปดาห์นี้นูน่าจะพาทุกคนถึงซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่ “Nice to Not Meet You” นำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก “อีจองแจ” (Lee Jung Jae) และนักแสดงหญิงมากฝีมือ “อิมจียอน” (Lim Ji Yeon) ที่เตรียมสตรีมตอนแรกในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ผ่านทาง Prime Video ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้ง

โดยเล่าเรื่องราวของ “อิมฮยอนจุน” (รับบทโดย อีจองแจ) นักแสดงที่ติดภาพลักษณ์จากบทบาทเดิมๆ เขาอยากที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างยิ่ง ฮยอนจุนเริ่มติดท่าทางและบุคลิกบางอย่างจากบทบาทเดิม หลังจากรับบทเป็นตำรวจน้ำดีในซีรีส์ยอดนิยมติดต่อกันมานานหลายปี แม้กำลังจะเริ่มถ่ายทำซีซั่นที่ห้าของซีรีส์เรื่องนี้ แต่ในใจลึกๆ เขากลับใฝ่ฝันอยากลองแสดงในแนวโรแมนติกคอเมดี้หรือเมโลดราม่าดูบ้าง แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อฮยอนจุนได้พบกับ “วีจองชิน” (รับบทโดย อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองผู้เคยคว้ารางวัลใหญ่จากผลงานการรายงานข่าวเชิงลึก แม้จะประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์ในสายข่าวการเมืองมานานหลายปี แต่เธอกลับถูกลดตำแหน่งให้มาทำข่าวบันเทิง ขณะติดตามทำข่าวเกี่ยวกับคดีทุจริตระดับสูง ระหว่างที่จำใจต้องรายงานข่าวในวงการบันเทิง จองชินได้เจอกับฮยอนจุนโดยบังเอิญ โดยเธอเป็นแฟนคลับของเขาหลังจากได้ดูซีรีส์ที่เขาแสดง แต่เมื่อได้พบตัวจริงของฮยอนจุนแล้ว จองชินกลับรู้สึกผิดหวัง เมื่อเห็นว่าเขาแตกต่างจากตัวละครที่เธอชื่นชอบอย่างสิ้นเชิง ผ่านฝีมือการกำกับของ “คิมการัม” และเขียนบทโดย “จองยอรัง”
และเพื่อเป็นความพิเศษสำหรับแฟนๆ “นูน่าเมี้ยน” ก็ไม่พลาดคว้าตัว “อีจองแจ” และ “อิมจียอน” มาสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงเรื่องราวของบทบาทตัวละครที่ได้รับ การพลิกบทบาทและการรับเล่นโรแมนติกคอมเมดี้ รวมถึงมุมมองความสัมพันธ์ที่เรียนรู้จากตัวละคร ความกดดันจากความคาดหวังของสาธารณชน และความประทับใจระหว่างการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ด้วย

คุณคิดว่าตัวละครของคุณตัดสินใจยังไง และมันเหมือนหรือแตกต่างกับตัวคุณ ถ้าต้องเผชิญสถานการณ์เดียวกันกับที่นักข่าวส่วนใหญ่เจอ?
อิมจียอน : “ถ้าเป็นฉันเองก็คงจะทำเหมือนกันกับจองชินค่ะ จองชินเป็นคนที่จะไม่ยอมทนเห็นความอยุติธรรม
พอเจออะไรตัวเธอเองก็จะพุ่งเข้าชนหมดเลย ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของตน เธอก็พร้อมที่จะเสียสละในระดับนึง เป็นคนที่เคลื่อนไหวทำอะไรโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนทางวัตถุหรือสังคมใดๆ ในภายหลัง และเป็นคนที่ทำตามหัวใจที่แข็งแกร่งของตัวเองอยู่เสมอ อาจจะเป็นเพราะฉันเองก็พยายามที่จะคิดและเข้าใจในแบบเดียวกันกับเธอ ถ้าเป็นฉันเองก็คิดว่าคงทำแบบเดียวกันค่ะ และฉันเองก็อยากถ่ายทอดแง่มุมนี้ออกมาให้เห็นผ่านตัวจองชินด้วยเหมือนกันค่ะ”
หลายคนมีภาพจำเกี่ยวกับบทบาทที่เข้มข้นของคุณ แต่เรื่องนี้ต้องมาเล่นเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ มันท้าทายการแสดงของคุณอย่างไรบ้าง เป็นการพลิกบทบาทหรือไม่ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?
อีจองแจ : “ผมรับบทแนวโรแมนติกคอมเมดี้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยครับ จริงๆ ผมก็ไม่ทราบว่านี่คือครั้งแรกของผม ผมคิดว่าไม่ใช่ว่าตอนเด็กผมแสดง (แนวนี้) ไปเยอะแล้วเหรอ แต่กลายเป็นว่ายังไม่เคยลองแนวรอมคอมเลยครับ จริงๆ แล้วคุณจียอนชวนให้ผมมาลองเล่นด้วยกัน ก็เลยกลับไปลองคิดดู หลังจากเล่นบทซองกีฮุนในเรื่อง Squid Gameมาแล้ว ผมก็คิดว่าตัวละครที่จะรับเล่นต่อไปจะเป็นอะไรดี ก็คิดอยู่นานเลยครับ แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับแนวรอมคอม ผมก็คิดว่า อา ผมมาจนถึงตอนนี้ไม่ได้คิดถึงแนวรอมคอมมาก่อนเลยสินะ แล้วคุณจียอนก็ชวนเป็นอย่างดี เลยทำให้ตัดสินใจรับบทนี้ครับ”

ตัวละครที่ได้รับเลือกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือว่าเรียนรู้มุมมองความสัมพันธ์ในชีวิตตนเองที่เปลี่ยนไปไหม?
อีจองแจ : “ผมคิดว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนในแง่ของความเร่งรีบมีอยู่เยอะครับในเรื่อง เพราะว่าเร่งรีบก็เลยทำให้เข้าใจฝ่ายตรงข้ามผิดไป และพอจะแก้ไขความเข้าใจผิดตรงนั้น ก็ต้องพยายามมากอีก แล้วพอพยายามมากๆ เข้า ก็กลายเป็นว่าทำผิดซ้ำอีก แต่จากตรงนั้นก็พัฒนาไปดีขึ้นอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นมันก็วนกลับไปเป็นไม่ดีอีก เลยเกิดเป็นวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ แบบนี้ พอมาลองคิดดูแล้วในชีวิตประจำวันเราเองก็น่าจะมีด้วยเหมือนกัน แล้วผมก็รู้สึกเหมือนกันว่า ถ้าในอดีตหรือแม้แต่เมื่อวานนี้ ถ้าผมจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์หรือความสัมพันธ์ที่ยังไม่คุ้นเคยได้ดีกว่านี้ก็คงจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่ายได้มากขึ้น ดังนั้นผมก็เลยพยายามนึกถึงวิธีที่ดีที่จะสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้ โดยไร้ซึ่งความเข้าใจผิดว่าคืออะไร ซึ่งแน่นอนว่าก็จะเป็นความซื่อตรง แล้วก็ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สิ่งเหล่านั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญน่ะครับ”
อิมจียอน : “ฉันเองก็มีมุมมองแบบเดียวกันค่ะ เกี่ยวกับเรื่องราวของตัวละครที่เติบโตในความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดหรือในสถานการณ์ใหม่ๆ ถึงจะเกลียดจนแทบบ้า แต่กลับรู้สึกว่ายิ่งเกลียดเท่าไหร่ก็ยิ่งชอบ ยิ่งรัก และยิ่งนึกถึงอยู่เรื่อยๆ ฉันรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจมากค่ะ ฉันเองก็มีส่วนที่รู้สึกตรงกันด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีส่วนที่ไม่เข้าใจด้วยเหมือนกัน น่าจะยังมีส่วนที่ฉันไม่คุ้นเคยออกมาอยู่เรื่อยๆ น่ะค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นฉันอยากให้มันเป็นซีรีส์ที่แบบว่า เกลียดนะ เกลียดแต่ก็ยังอยากดู เลยกำลังพยายามตั้งใจแสดงและทำให้เป็นแบบนั้นอยู่ ดังนั้นช่วยรักซีรีส์เรื่องนี้กันเยอะๆ ด้วยนะคะ”
สำหรับซีรีส์นี้ชื่อว่า “Nice to Not Meet You” คุณเคยมีประสบการณ์การพบกันครั้งแรกที่น่าอึดอัดที่สุด ทั้งในแง่ของการงานหรือส่วนตัวหรือไม่?
อีจองแจ : “แน่นอนครับ ผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนั้นมาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ผมพยายามวางตัวดีไว้ก่อนถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะดูเกร็งหรือเฉยชาแค่ไหนก็ตาม เพราะผมคิดว่าเวลาเราเจอใครเป็นครั้งแรกแล้วบรรยากาศดูไม่ค่อยดี มันอาจไม่ได้สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเขาเสมอไป บางทีเขาอาจเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว หรืออาจเพิ่งผ่านวันแย่ๆ มา เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาเจออะไรมาก่อนที่จะมาพบเรา เพราะแบบนั้นผมเลยพยายามไม่ตัดสินใครจากความประทับใจแรกเพียงอย่างเดียว ผมเชื่อว่าเราต้องใช้เวลาและเรียนรู้กันไปก่อนถึงจะรู้จักกันจริงๆ แม้หลายคนจะบอกว่าความประทับใจแรกนั้นสำคัญ ถึงอย่างนั้นแล้วเวลาผมเจอใครเป็นครั้งแรก ผมก็จะพยายามยิ้มแย้มและเป็นมิตรให้มากที่สุดอยู่เสมอครับ”
อิมจียอน : “สำหรับฉันแล้วการได้เจอใครสักคนไม่เคยเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีเลยค่ะ ฉันคิดว่าการได้รู้จักคนใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ดีเสมอ แม้ว่าบางครั้งฉันอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ฉันก็พยายามยิ้มแย้มเข้าไว้ค่ะ ยิ่งเพราะฉันรู้สึกว่าถ้าไม่ยิ้ม พลังงานที่ส่งออกมาจะต่างจากตอนที่ยิ้มมากเลยค่ะ เพราะแบบนั้นฉันเลยพยายามยิ้มให้มากที่สุด และพยายามเป็นมิตรกับทุกคนที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรกค่ะ”

ซีรีส์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความกดดันในการใช้ชีวิตให้สมกับภาพลักษณ์สาธารณะที่คนภายนอกมองเข้ามา คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับความยากลำบากของตัวละครที่ต้องต่อสู้กับความคาดหวังของสาธารณชนอย่างไรบ้าง? และคุณอยากจะบอกอะไรกับคนที่กำลังเผชิญความกดดันแบบเดียวกันนี้ในชีวิตจริง?
อีจองแจ : “ผมรู้ว่ามีความรู้สึกคาดหวังมากมายจากแฟนๆ และแม้ว่าผมจะพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดเพื่อตอบสนองความคาดหวังเหล่านั้นให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมก็ยังเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะในฐานะนักแสดงและผู้ถ่ายทอดบทบาท คือการโฟกัสไปที่ผลงานและเรื่องราวที่ผมได้มีโอกาสเล่า ตัวละครที่ผมได้ถ่ายทอด และการแสดงของผมเอง ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว นั่นคือสิ่งที่แฟนๆ ต้องการจากผมเช่นกัน ดังนั้นผมคิดว่า การโฟกัสกับสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือสิ่งสำคัญ ซึ่งสำหรับผมก็คือการสร้างตัวละคร ถ่ายทอดบทบาท และการแสดง และนั่นคือสิ่งที่ผมนึกถึงอยู่เสมอ และก็หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถตอบสนองความคาดหวังของแฟน ๆ ได้ในแบบของผมเองครับ”
อิมจียอน : “สำหรับฉันเองยอมรับว่าบางครั้งฉันก็รู้สึกกดดันจากความคาดหวังของแฟนๆ เหมือนกันค่ะ เคยมีช่วงเวลาที่ฉันผลักดันตัวเองอยู่ตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกตัวละครและทุกโปรเจกต์ใหม่ที่ได้รับจะต้องมีบางอย่างที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำเดิม ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ฉันก้าวข้ามความรู้สึกแบบนั้นแล้วนะคะ แต่ฉันคิดว่าท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญคือการโฟกัสกับสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในบทบาทของตัวเอง และให้แน่ใจว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่กำลังถูกถ่ายทอด ทุกวันนี้ฉันเรียนรู้ที่จะปล่อยวางจากความกดดันแบบนั้นมากขึ้น แล้วหันมาให้ความสำคัญกับบทบาทของตัวเอง และสิ่งที่ฉันสามารถทำได้เพื่อให้ฉันสามารถถ่ายทอดตัวละครที่ได้รับอย่างเต็มที่ และฉันคิดว่าวิธีนี้ช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ”

อยากให้เล่าความประทับใจเหตุการณ์อะไรก็ได้ระหว่างกันและกันที่เกิดขึ้นในระหว่างการถ่ายทำให้ฟังหน่อย?
อีจองแจ : “ส่วนตัวแล้วผมได้ดูตัวละครที่คุณอิมจียอนแสดงในหลายๆ ผลงานของเธอมาอย่างเพลิดเพลินเลยครับ แล้วก็มีแอบคิดว่าถ้ามีโอกาสได้แสดงด้วยกันสักครั้งหนึ่งก็คงจะดี พอครั้งนี้ได้มาแสดงด้วยกันแล้ว ตอนถ่ายทำด้วยกันก็รู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดครับ เราเลยถ่ายทำด้วยกันอย่างสนุกสนาน จุดนี้คิดว่าเป็นจุดที่สนุกที่สุด แล้วก็คิดว่าจะช่วยให้ทำผลงานเรื่องนี้ออกมาได้ดีด้วยครับ ต่อจากนี้ก็จะมีการถ่ายทำฉากที่สนุกๆ อีกเยอะเลย ผมก็ตั้งตารออยู่มากๆ เลยครับ”
อิมจียอน : “ตอนที่ฉันได้อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรก ตัวละครของอิมฮยอนจุนทำให้ฉันนึกถึงรุ่นพี่อีจองแจขึ้นมาเลย อีกทั้งเพราะฉันเองก็อยากที่จะแสดงร่วมกันกับรุ่นพี่อยู่แล้วด้วย ฉันก็เลยรู้สึกว่าอยากชวนเขามาอ่านบทกัน ด้วยความต้องการที่อยากจะแสดงด้วยกันแค่นั้นเลยค่ะ พอรุ่นพี่มาแสดงด้วยกัน ฉันก็เลยรู้สึกขอบคุณและดีใจมากๆ และเริ่มถ่ายทำผลงานเรื่องนี้ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นมากๆ ค่ะ ส่วนในตอนที่ถ่ายทำกัน เพราะว่าพวกเราสนิทกันมากอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรค่ะ ในเรื่องของการแสดงฉันก็สามารถที่จะถามหรือขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ได้ตลอดเกี่ยวกับตัวละครโดยไม่ต้องลังเลเลย ฉันรู้สึกถึงเคมีตอนถ่ายทำด้วยกันว่าโดยรวมมันออกมาดี ก็มีบทที่จะต้องด้นสดหรืออะไรแบบนั้นเป็นช่วงๆ บ้าง แต่เพราะพวกเราเข้ากันได้ดี ฉันเลยไม่รู้สึกถึงปัญหาใหญ่อะไร”
ขอ 3 คำสำหรับการอธิบายซีรีส์เรื่องนี้ พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกคำนี้?
อีจองแจ : “สามคำผมที่อยากเลือกมันเกี่ยวข้องกับความหมายของชื่อเรื่องในภาษาเกาหลีครับ ซึ่งแปลได้ประมาณว่า “ทั้งรักทั้งชัง” หรือ “แค้นรัก” ส่วนคำที่สามคือ “น่าเอ็นดู” เพราะนั่นคือความรู้สึกที่ผมรู้สึกได้จากซีรีส์ของเราครับ”
อิมจียอน : “สำหรับฉัน คำแรกน่าจะเป็น “คอเมดี้” เพราะรู้สึกว่าซีรีส์ของเรามีช่วงเวลาที่สนุกเยอะเลยค่ะ ส่วนอีกสองคำถัดไปคือ “รัก” และ “เกลียด” เพราะความสัมพันธ์ของตัวละครที่คุณเห็นนั้นจะเป็นแบบทั้งรักทั้งเกลียดเพราะฉะนั้นฉันจึงเลือกสามคำนี้ค่ะ”

เตรียมพบกับเรื่องราวที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดใน Nice to Not Meet You วันที่ 3 พ.ย.นี้ และจะสตรีมให้ชมพร้อมกันทั่วโลกทาง Prime Video ทุกวันจันทร์และอังคาร..
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”



