เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ต.ค. บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนเดินทางมารอเพื่อร่วมถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโศกเศร้าและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
นางประไพ พุ่มไฉยา อายุ 83 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งเดินทางมานั่งรอตั้งแต่ช่วงสาย เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี และนับแต่นั้นมา ก็เฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจด้วยความจงรักภักดีเสมอมา
นางประไพ เล่าว่า เดิมทีตั้งใจจะเดินทางไปจังหวัดปัตตานีในวันนี้ แต่เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงตัดสินใจยกเลิกการเดินทาง และรีบเดินทางมายังสนามหลวง เพื่อถวายความอาลัย
“ตอนเช้าเพิ่งรู้ข่าว ก็เสียใจมาก ยายรักพระองค์ท่านมาก รักตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะท่านงดงาม ทั้งพระสิริโฉมและพระจริยวัตรอันอ่อนโยน พอเติบโตขึ้นถึงได้รู้ว่าท่านทรงดูแลประชาชน ทรงงานเพื่อคนไทย เราก็ยิ่งรัก ยิ่งศรัทธาในพระเมตตาของท่านมากขึ้นทุกวัน” นางประไพ กล่าวทั้งน้ำตา

นางประไพ ยังเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมารอที่สนามหลวงตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าการเคลื่อนขบวนพระบรมศพ จะมีขึ้นในวันนี้ ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.)
“ยายมานั่งรออยู่สองชั่วโมงกว่า เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เป็นไร มารำลึกถึงพระองค์ท่านด้วยหัวใจรักและศรัทธา” นางประไพ กล่าว ถึงแม้จะอาศัยอยู่กับลูกสาวในกรุงเทพฯ แต่ทุกครั้งที่มีพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระราชินี ตนจะติดตามข่าวสารทุกครั้ง และหากมีโอกาสก็จะออกไปรับเสด็จด้วยตนเอง”
“ทุกครั้งที่เห็นพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี เสด็จฯ ไปทรงงาน ยายรู้สึกปลื้มใจที่สุด เห็นพระองค์ท่านยิ้ม ยายก็สุขใจ ขอถวายความจงรักภักดีต่อทุกพระองค์ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน”
ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นางประไพยังได้เปิดโทรศัพท์มือถือให้ผู้สื่อข่าวดูภาพถ่ายจำนวนมาก เป็นภาพขณะตามไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสต่าง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์ไทยทุกพระองค์
“ยายเก็บไว้หมดเลย ทุกครั้งที่ไปเฝ้าฯ รับเสด็จ ยายจะถ่ายรูปไว้ดู เวลาคิดถึงก็เปิดดูรูปแล้วน้ำตาจะไหล รู้สึกอบอุ่นใจเหมือนได้อยู่ใกล้พระองค์” นางประไพ กล่าว

ทั้งนี้ นางประไพยังยืนยันว่า วันพรุ่งนี้จะกลับมาที่สนามหลวงตั้งแต่เช้ามืด เพื่อร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ในส่วนของพระบรมมหาราชวัง ยังเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมตามปกติ โดยเปิดให้เข้าทางประตูสวัสดิโสภา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกระทรวงกลาโหม
ขณะที่สถานที่ราชการใกล้เคียง เช่น กระทรวงกลาโหมและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ได้ลดธงลงและเริ่มประดับผ้าขาว-ดำ รอบบริเวณเพื่อถวายความอาลัยแล้ว



